<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>Vacation On</title>
	<atom:link href="https://www.vacationongo.com/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.vacationongo.com</link>
	<description></description>
	<lastBuildDate>Wed, 04 May 2022 17:58:02 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=5.2.4</generator>

<image>
	<url>https://www.vacationongo.com/images/2019/11/vacationon20190911300762246621-32x32.png</url>
	<title>Vacation On</title>
	<link>https://www.vacationongo.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>เรื่องควรรู้ก่อนเที่ยวเกาหลี รู้ไว้เที่ยวเองได้ไม่มีพลาด เกาหลีใต้เที่ยวเองได้ง่ายนิดเดียว</title>
		<link>https://www.vacationongo.com/562/</link>
				<pubDate>Tue, 11 Feb 2020 09:51:38 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[Khingyea]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[เกาหลี]]></category>

		<guid isPermaLink="false">https://www.vacationongo.com/?p=562</guid>
				<description><![CDATA[พอคิดเรื่องเที่ยวขึ้นมาสักหนึ่งประเทศ ก็มีเรื่องให้ต้องเตรียมตัวเยอะแยะเต็มไปหมด หลายๆคนจึงมักลืม หรือพลาดเรื่องเล็ก ๆน้อย ๆ บางอย่างไปทำให้การเที่ยวไม่ราบรื่นเท่าที่ควร และในการไปเที่ยวประเทศเกาหลีใต้ ซึ่งเป็นปลายทางท่องเที่ยวที่อยู่ในแพลนของหลายคน ก็มีเรื่องควรรู้ให้ต้องเตรียมตัวไม่ต่างกัน วันนี้ Vacation On จะมาไขข้องข้องใจให้ทุกคนเตรียมตัวเที่ยวเกาหลีได้อย่างราบรื่นค่ะ เรื่องควรรู้ก่อนเที่ยวเกาหลี 1. เวลา เร็วกว่าประเทศไทย 2 ชั่วโมง เมื่อเดินทางถึงเกาหลี อย่าลืมปรับนาฬิกาให้เป็นเวลาท้องถิ่นด้วยนะคะ เพื่อความสะดวกในดูเวลารถไฟที่เราจะขึ้นเวลาเดินทางไปเที่ยว 2. ฟรีวีซ่า ประเทศเกาหลีเปิดฟรีวีซ่าให้นักท่องเที่ยวไทยนานถึง 90 วัน เราสารถเที่ยวในประเทศเกาหลีแบบไม่ต้องใช้วีซ่าได้นานถึง 90 วันเลยค่ะ  3. สภาพอากาศ ประเทศเกาหลีมีทั้งหมด 4 ฤดู คือฤดูหนาว ฤดูใบไม้ผลิ ฤดูร้อน และฤดูใบไม้ร่วงค่ะ ในช่วงที่ขิงกำลังพาทุกคนเดินทางไปเกาหลีตอนนี้คือ ฤดูหนาว อุณหภูมิโดยเฉลี่ยอยู่ที่ -2 ถึง 5 องศา ซึ่งหนาวมาก ๆ เลยนะคะ เพราะฉะนั้นเวลาที่เราเดินทาง ควรเตรียมเสื้อผ้าให้เหมาะสมกับอากาศในช่วงที่เราเดินทางด้วยนะคะ 4. ภาษา ภาษาหลักที่ใช้คือ [&#8230;]]]></description>
								<content:encoded><![CDATA[<p>พอคิดเรื่องเที่ยวขึ้นมาสักหนึ่งประเทศ ก็มีเรื่องให้ต้องเตรียมตัวเยอะแยะเต็มไปหมด หลายๆคนจึงมักลืม หรือพลาดเรื่องเล็ก ๆน้อย ๆ บางอย่างไปทำให้การเที่ยวไม่ราบรื่นเท่าที่ควร และในการไปเที่ยวประเทศเกาหลีใต้ ซึ่งเป็นปลายทางท่องเที่ยวที่อยู่ในแพลนของหลายคน ก็มีเรื่องควรรู้ให้ต้องเตรียมตัวไม่ต่างกัน วันนี้ Vacation On จะมาไขข้องข้องใจให้ทุกคนเตรียมตัวเที่ยวเกาหลีได้อย่างราบรื่นค่ะ</p>
<h2>เรื่องควรรู้ก่อนเที่ยวเกาหลี</h2>
<p>1. <strong>เวลา</strong> เร็วกว่าประเทศไทย 2 ชั่วโมง เมื่อเดินทางถึงเกาหลี อย่าลืมปรับนาฬิกาให้เป็นเวลาท้องถิ่นด้วยนะคะ เพื่อความสะดวกในดูเวลารถไฟที่เราจะขึ้นเวลาเดินทางไปเที่ยว</p>
<p>2. <strong>ฟรีวีซ่า</strong> ประเทศเกาหลีเปิดฟรีวีซ่าให้นักท่องเที่ยวไทยนานถึง 90 วัน เราสารถเที่ยวในประเทศเกาหลีแบบไม่ต้องใช้วีซ่าได้นานถึง 90 วันเลยค่ะ </p>
<p>3. <strong>สภาพอากาศ</strong> ประเทศเกาหลีมีทั้งหมด 4 ฤดู คือฤดูหนาว ฤดูใบไม้ผลิ ฤดูร้อน และฤดูใบไม้ร่วงค่ะ ในช่วงที่ขิงกำลังพาทุกคนเดินทางไปเกาหลีตอนนี้คือ ฤดูหนาว อุณหภูมิโดยเฉลี่ยอยู่ที่ -2 ถึง 5 องศา ซึ่งหนาวมาก ๆ เลยนะคะ เพราะฉะนั้นเวลาที่เราเดินทาง ควรเตรียมเสื้อผ้าให้เหมาะสมกับอากาศในช่วงที่เราเดินทางด้วยนะคะ</p>
<p>4. <strong>ภาษา</strong> ภาษาหลักที่ใช้คือ ภาษาเกาหลีค่ะ แต่ไม่ต้องกังวลไปเพราะปัจจุบันคนเกาหลีส่วนใหญ่ใช้ภาษาอังกฤษได้ดีมาก ๆ ค่ะ โดยเฉพาะโซนท่องเที่ยวต่าง ๆ และจะมีเจ้าหน้าที่ที่คอยให้ความช่วยเหลือนักท่องเที่ยวอยู่ด้วย ถ้าเราไปไม่ถูก หรือหลงทาง ก็สามารถเข้าไปสอบถามได้เลย</p>
<p>5. <strong>สกุลเงิน</strong> เกาหลีใต้ใช้สกุลเงิน “วอน Won” ค่ะ อัตราแลกเปลี่ยนตอนที่ขิงแลกไปอยู่ที่ 0.0259 คิดง่าย ๆ ก็คือ 10,000 วอนเป็นเงินไทย 259 บาทค่ะ ซึ่งค่าอาหารในประเทศเกาหลีต่อมื้อจะอยู่ที่ 5,000 &#8211; 10,000 won ค่ะ</p>
<p>6. <strong>ปลั๊กไฟ</strong> เกาหลีใช้กระแสไฟฟ้า 220 V เหมือนบ้านเรานะคะ แต่ที่ต่างคือ เต้าเสียบและปลั๊กของเครื่องใช้ไฟฟ้า จะใช้เป็นขาคู่หัวกลม และเต้าเสียบจะบุ่มลงไปในผนัง เราควรเตรียมหัวแปลงปลั๊กไฟแบบขากลมคูไปด้วยค่ะ ในกรณีนี้ขิงแนะนำให้ใช้แบบหัวแปลงเฉพาะไปเลยจะดีกว่าแบบ Universal เพราะจะเสียบได้แน่นพอดีกว่าค่ะ</p>
<p>7. <strong>การเดินทางในเกาหลีใต้</strong> การเดินทางในเกาหลีสะดวกมาก ๆ ค่ะ สามารถเดินทางได้ทั้งรถไฟใต้ดิน รถบัส แท็กซี หรือแม้กระทั้งการเดินก็มีทางเท้าสำหรับเดินที่สะดวก และปลอดภัย แต่วิธีที่ง่ายและสะดวกที่สุดก็คือรถไฟใต้ดินค่ะ เราควรมีบัตร T-Money หรือ Cash Bee ติดตัวไว้ เพราะเป็นบัตรสารพัดประโยชน์ สามารถใช้ขึ้นรถ Bus, Subway และซื้อของตามร้านสะดวกซื้อได้หมดเลยค่ะ</p>
<p>8. <strong>ห้ามแอบถ่ายรูป</strong> หรือวิดีโอคนอื่นเด็ดขาด คนเกาหลีถือเรื่องความเป็นส่วนตัวมาก ๆ ห้ามถ่ายรูปหรือวิดีโอคนอื่นโดยไม่รับอนุญาตเด็ดขาด ถึงแม้ว่าเค้าคนนั้นจะสวยหล่อตราตรึงขนาดไหนก็ตามนะคะ</p>
<p>9. <strong>ไม่สนิทอย่าเรียกโอปป้า</strong> หากไปเจอคนหล่อถูกใจอย่าเผลอเรียกเขาว่า โอปป้า เด็ดขาดถ้าคุณไม่สนิทหรือเขาไม่อนุญาต เพราะคนเกาหลีให้ความสำคัญเรื่องอายุมาก ๆ อย่าเผลอเชียวนะคะเดี๋ยวเค้าจะมองเราไม่มีมารยาทได้</p>
<p>10. <strong>เจอของตกพื้นอย่าเก็บ</strong> หากเจอของมีค่าตกพื้นอยู่ หรืออาจมีใครลืมวางไว้ อย่าหยิบขึ้นมาเด็ดขาดไม่ว่าจะด้วยหวังดีหรืออะไรก็ตาม เพราะโดยส่วนใหญ่ที่เกาหลีคนส่วนใหญ่จะไม่หยิบของที่ถูกลืมทิ้งไว้ ของหายส่วนใหญ่เลยมักได้คืนค่ะ</p>
<p>11. <strong>ทานเสร็จแล้วต้องเก็บ</strong> ไม่ว่าเราจะไปกินอาหารในร้านฟ๊าดฟูด หรือในคาเฟ่ เมื่อกินเสร็จแล้วอย่าลืมนำภาชนะไปเก็บในที่ที่ร้านจัดไว้ให้ด้วยนะคะ และก็ที่สำคัญไปเกาหลีอย่าลืมพกถุงผ้าติดตัวด้วยนะคะ เพราะเกาหลีมีนโยบายไม่แจกถุงพลาสติก และตามร้านซุปเปอร์มาร์เก็ตที่เคยแจกลังกระดาษก็ยกเลิกไปแล้วเช่นกัน</p>
<p>12. <strong>ชักโครกที่ปิดฝาคือพร้อมใช้</strong> วัฒนธรรมการใช้ห้องน้ำของคนเกาหลี คือ การปิดฝาชักโครกไว้เป็นการบอกว่าชักโครกสะอาดพร้อมใช้งาน ไม่ต้องกลัวว่าจะเจอระเบิดนะคะใช้ได้เลย</p>
<p>13. <strong>ทิ้งขยะแยกประเภทด้วย</strong> ในประเทศเกาหลีมีการแยกขยะอย่างชัดเจน และเข้มงวดนะคะ เพราะฉะนั้นก่อนเราจะทิ้งขยะเหลือบมองที่ถังซักนิดว่าเป็นถังขยะชนิดไหน บริเวณถังจะมีรูปให้ดูทำให้เราทิ้งได้ง่ายมากขึ้นค่ะ</p>
<p>14. <strong>วันหยุดเกาหลี</strong> เป็นวันปีใหม่ของชาวเกาหลีค่ะ วันนี้คนเกาหลีนิยมกลับบ้านไปฉลองกับครอบครัว เพราะฉะนั้นร้านค้าต่าง ๆ ส่วนใหญ่จะหยุดทำการ ซึ่งในแต่ละปีจะไม่ตรงกัน เวลาวางแผนเที่ยวเกาหลีช่วงต้นปี อย่าลืมเรื่องนี้กันนะคะ</p>
<p>การไปเที่ยวต่างประเทศ ยิ่งเตรียมตัวมากเท่าไหร่ โอกาศผิดพลาดก็จะเกิดขึ้นน้อยลงนะคะ เรื่องควรรู้ก่อนเที่ยวเกาหลีที่ Vacation ON นำมาฝากทุกคนวันนี้ น่าจะทำให้ทุกคนสามารถเตรียมตัวก่อนเที่ยวเกาหลีได้มากขึ้นนะคะ</p>
]]></content:encoded>
										</item>
		<item>
		<title>เที่ยวญี่ปุ่นช่วงไหนดี เที่ยวญี่ปุ่นเดือนไหนดี ที่นี่มีคำตอบ เลือกเที่ยวได้ตามใจ</title>
		<link>https://www.vacationongo.com/535/</link>
				<pubDate>Mon, 16 Dec 2019 14:39:40 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[Khingyea]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[ญี่ปุ่น]]></category>

		<guid isPermaLink="false">https://www.vacationongo.com/?p=535</guid>
				<description><![CDATA[ประเทศยอดฮิตติดลมบนของนักท่องเที่ยวชาวไทยอย่างประเทศญี่ปุ่น เป็นประเทศที่คนไทยนิยมไปเที่ยวตลอดทั้งปี ด้วยเสน่ห์ที่สวยงามแตกต่างกันไปในแต่ล่ะฤดูกาล ทำให้ประเทศญี่ปุ่นไม่เคยหายไปจากลิสต์รายชื่อประเทศที่คนอยากไปเที่ยวเลย แล้วทุกคนรู้ไหมคะว่า เที่ยวญี่ปุ่นช่วงไหนดีที่สุด และจะเดินทางไปเที่ยวญี่ปุ่นในเดือนไหนดี เป็นคำถามที่พบมากที่สุดเช่นกัน วันนี้ Vacation On จะมาไขข้อข้องใจให้กับทุกคนค่ะ เที่ยวญี่ปุ่นช่วงไหนดีที่สุด ประเทศญี่ปุ่นเป็นประเทศที่มีฤดูกาลทั้งหมด 4 ฤดูประกอบด้วย ฤดูหนาว ฤดูใบไม้ผลิ ฤดูร้อน และฤดูใบไม้ร่วง ซึ่งแต่ละฤดูในประเทศญี่ปุ่นก็มักมีที่เที่ยวที่น่าสนใจมากมายไม่ว่าจะเป็น กำแพงหิมะ สกีรีสอร์ท เทศกาลชมดอกซากุระบาน ศษลเจ้า ปราสาทสวยๆ และอีกมากมาย เรียกได้ว่าสามารถเที่ยวได้ทั้งปีเลยล่ะคะ เราไปดูกันเลยดีกว่าคะว่าเที่ยวญี่ปุ่นช่วงไหนดี ช่วงฤดูหนาว (Winter) ประเทศญี่ปุ่นในฤดูหนาวอุณหภูมิในโตเกียวเฉลี่ยจะอยู่ที่ 5 องศา และจะสามารถเจออากาศติดลบได้ที่ฮอกไกโด อุณหภูมิเฉลี่ยที่ฮอกไกโดอยู่ที่ -4 องศา ช่วงฤหนาวจะอยู่ในระหว่างเดือนธันวาคม &#8211; กุมภาพันธ์ ซึ่งจะสามารถพบกับหิมะตกได้ในช่วงปลายเดือนมกราคม ถึงต้นเดือนกุมภาพันธ์ แต่ต้องขึ้นอยู่กับสภาพอากาศในช่วงนั้นๆ ด้วยนะคะ ฤดูหนาวเหมาะสำหรับคนที่อยากไปสัมผัสบรรยากาศหนาวอย่างจริงจัง เล่นกิจกรรมที่เกี่ยวกับหิมะ เช่น สกี สโนว์บอร์ด หรือเยี่ยมชมเทศกาลหิมะต่างๆ  ที่เที่ยวฤดูหนาว ซัปโปโร (Sapporo) ที่เที่ยวยอดฮิตสำหรับฤดูหนาวของญี่ปุ่น [&#8230;]]]></description>
								<content:encoded><![CDATA[<p>ประเทศยอดฮิตติดลมบนของนักท่องเที่ยวชาวไทยอย่างประเทศญี่ปุ่น เป็นประเทศที่คนไทยนิยมไปเที่ยวตลอดทั้งปี ด้วยเสน่ห์ที่สวยงามแตกต่างกันไปในแต่ล่ะฤดูกาล ทำให้ประเทศญี่ปุ่นไม่เคยหายไปจากลิสต์รายชื่อประเทศที่คนอยากไปเที่ยวเลย แล้วทุกคนรู้ไหมคะว่า <strong><span style="color: #fe2ef7;">เที่ยวญี่ปุ่นช่วงไหนดีที่สุด</span></strong> และจะเดินทางไป<strong><span style="color: #fe2ef7;">เที่ยวญี่ปุ่นในเดือนไหนดี</span></strong> เป็นคำถามที่พบมากที่สุดเช่นกัน วันนี้ Vacation On จะมาไขข้อข้องใจให้กับทุกคนค่ะ</p>
<h2>เที่ยวญี่ปุ่นช่วงไหนดีที่สุด</h2>
<p><span style="color: #fe642e;">ประเทศญี่ปุ่นเป็นประเทศที่มีฤดูกาลทั้งหมด 4 ฤดูประกอบด้วย ฤดูหนาว ฤดูใบไม้ผลิ ฤดูร้อน และฤดูใบไม้ร่วง</span> ซึ่งแต่ละฤดูในประเทศญี่ปุ่นก็มักมีที่เที่ยวที่น่าสนใจมากมายไม่ว่าจะเป็น กำแพงหิมะ สกีรีสอร์ท เทศกาลชมดอกซากุระบาน ศษลเจ้า ปราสาทสวยๆ และอีกมากมาย เรียกได้ว่าสามารถเที่ยวได้ทั้งปีเลยล่ะคะ เราไปดูกันเลยดีกว่าคะว่าเที่ยวญี่ปุ่นช่วงไหนดี</p>
<h3>ช่วงฤดูหนาว (Winter)</h3>
<p>ประเทศญี่ปุ่นในฤดูหนาวอุณหภูมิในโตเกียวเฉลี่ยจะอยู่ที่ 5 องศา และจะสามารถเจออากาศติดลบได้ที่ฮอกไกโด อุณหภูมิเฉลี่ยที่ฮอกไกโดอยู่ที่ -4 องศา ช่วงฤหนาวจะอยู่ในระหว่างเดือนธันวาคม &#8211; กุมภาพันธ์ ซึ่งจะสามารถพบกับหิมะตกได้ในช่วงปลายเดือนมกราคม ถึงต้นเดือนกุมภาพันธ์ แต่ต้องขึ้นอยู่กับสภาพอากาศในช่วงนั้นๆ ด้วยนะคะ <span style="color: #01a9db;">ฤดูหนาวเหมาะสำหรับคนที่อยากไปสัมผัสบรรยากาศหนาวอย่างจริงจัง</span> เล่นกิจกรรมที่เกี่ยวกับหิมะ เช่น สกี สโนว์บอร์ด หรือเยี่ยมชมเทศกาลหิมะต่างๆ </p>
<h4>ที่เที่ยวฤดูหนาว</h4>
<p><strong>ซัปโปโร (Sapporo) </strong>ที่เที่ยวยอดฮิตสำหรับฤดูหนาวของญี่ปุ่น อยู่ในภูมิภาคฮอกไกโดที่หนาวเย็น ซัปโปโรเป็นเมืองที่มีชื่อเสียงมากๆ ด้านอาหารทะเล และแหล่งผลิตช็อคโกแลต เบียร์ ชื่อดัง รวมทั้งเทศกาลหิมซัปโปโร ที่จะมีการแข็งขันการแกะสลักน้ำแข็ง การโชว์หิมะแกะสลักเป็นรูปต่างๆ ภายในเมืองยังมีการประดับตกแต่งด้วยไฟที่สวยงามอีกด้วย </p>
<p><strong>นิเซะโกะ (Niseko)</strong> เมืองสกีรีสอร์ทชื่อดังของเกาะฮอกไกโด เป็นแหล่งสกีที่คนทั่วโลกอยากมาสัมผัส เพราะมีหิมะนุ่มฟูที่ปกคลุมเทือกเขาโยเทอิ (Mt.Yotei) เป็นวิวที่สวยงามน่าหลงไหลมาก แถมยังเป็นแหล่งออนเซ็นชื่อดังหลายแห่งอีกด้วย </p>
<p><strong>หมู่บ้านชิราคาวาโกะ (Shirakawago)</strong> หมู่บ้านชิราคาวาโกะในจังหวัดกิฟู เป็นหมู่บ้านมรดกโลกที่อนุลักษณ์การสร้างบ้านแบบญี่ปุ่นโบราณที่สร้างหลังจากฝางที่มีความสวยงามแปลกตา และความสวยงามของหมูบ้านนี้จะเพิ่มมากขึ้นในช่วงฤดูหนาว เพราะบ้านทุกหลังจะถูกปกคลุมด้วยหิมะสีขาว และมีแสงไฟจากตัวบ้านส่องสีเหลืองนวลออกมา เป็นหมู่บ้านที่มีความโรแมนตกมากๆ เลย </p>
<h3>ช่วงฤดูใบไม้ผลิ (Spring)</h3>
<p>เที่ยวญี่ปุ่นในช่วงฤดุใบไม้ผลิ จะอยู่ในช่วงเดือนมีนาคม &#8211; พฤษภาคม เป็นช่วงที่ญี่ปุ่นมีอากาศอุ่นขึ้นอุณหภูมิเฉลี่ยจะอยู่ที่ 10 &#8211; 20 องศา เป็นช่วงที่เหมาะแก่การมาชมดอกซากุระบาน และนอกจากดอกซากุระแล้วตามสวนดอกไม้ต่างๆ ก็พากันผลิบานสมกับเป็นฤดูใบไม้ผลิเลย <span style="color: #339933;"><em>เที่ยวญี่ปุ่นช่วงไหนดี ก็คงเป็นช่วงฤดูใบไม้ผลินี่แหละคะ เพราะเป็นช่วงที่ญี่ปุ่นมีความสดใส เที่ยวสบายไม่หนาวจัด และไม่ร้อน ทำให้เดินเที่ยวได้ทั้งวัน</em></span> นอกจากบรรยากาศที่สวยงามแล้ว ฤดูใบไม้ผลิชาวญี่ปุ่นยังเชื่อว่าเป็นช่วงเวลาแห่งการเริ่มต้นใหม่อีกด้วย</p>
<h4>ที่เที่ยวฤดูใบไม้ผลิ</h4>
<p><strong>นาโงยา (Nagoya)</strong> จังหวัดนาโงยามีที่เที่ยวที่น่าสนใจมากมายดึงดูดนักท่องเที่ยว ทั้งสวนผลไม้ชื่อดังที่สามารถเข้าไปเยี่ยมชมได้ไม่ใช่แค่ผลไม้ แต่สวนนี้ยังมีดอกไม้สวยๆ คือ ดอกชิดาเระ เป็นดอกไม้ในกลุ่มเดียวกับดอกซากุระแต่จะมีกิ่งโน้มลงดิน เป็นดอกไม้สีม่วงอ่อน ที่จะออกดอกพร้อมๆ กันในเดือนเมษายน นอกจากที่ท่องเที่ยวแนวธรรมชาติสยงามแล้ว นาโงยายังเป็นแหล่งข้าวหน้าปลาไหลชื่อดัง และต้องห้ามพลาดไปเยือนปราสาทนาโกยา ปราสาทโบราณที่มีความสวยงาม</p>
<p><strong>สวนอุเอโนะ (Ueno Park)</strong> สวนใหญ่ใจกลางกรุงโตเกียว เป็นสวนที่มีทั้งพิพิธภัณฑ์แห่งชาติ วัด ศาลเจ้า และสวนสัตว์ที่เก่าแก่เอาไว้ในที่ที่เดียว นอกจากนี้แล้วสวนอุเอโนะยังเป็นจุดชมดอกซากุระบานที่สวยงามที่สุดอีกจุดนึงของโตเกียวด้วยนะคะ เป็นช่วงที่จะเห็นชาวญี่ปุ่นออกมาปูเสื่อชมดอกซากุระ และสังสรรค์กับครอบครัวหรือเพื่อนฝูง และเรานักท่องเที่ยวเองก็สามารถหาเสื่อไปปูชมความงามของดอกซากุระได้เช่นกัน</p>
<p><strong>เทศกาล (Fuji Shibazakura)</strong> เป็นเทศกาลชมดอกชิบะซากุระ หรือ พิงค์มอส จัดขึ้นที่คาวากุจิโกะ (Kawaguchiko) ในจังหวัดยามานาชิ (Yamanashi) เป็นเทศกาลดอกไม้สีชมพูที่ถูกปลูไว้เป็นทุ่งกว้าง และมีวิววเบื้องหน้าเป็นภูเขาไฟฟูจิและ ทะเลสาปคาวากุชิโกะที่สวยงาม เป็นเทศกาลชมดอกไม้อีกที่ที่ไม่ควรพลาดเลยค่ะ</p>
<h3>ช่วงฤดูร้อน (Summer)</h3>
<p>ประเทศญี่ปุ่นในช่วงฤดูร้อน ก็มีอากาศร้อนจับใจใกล้เคียงกับประเทศไทยเรานะคะ จะอยู่ในช่วงเดือนมิถุนายน &#8211; กันยายนอุณหภูมิเฉลี่ยในช่วงฤดูร้อนของญี่ปุ่นจะอยู่ที่ 25 &#8211; 38 องศาค่ะ แต่ในปีที่ผ่านมาอุณหภูมิก็ทะลุสูงถึง 40 องศา ไม่น้อยหน้าประเทศร้อนๆ อย่างไทยเราเลยใช่ไหมคะ แต่อากาศร้อนของญี่ปุ่นจะเป็นร้อนแบบแห้งๆ เพราะฉะนั้นควรมีขวดน้ำพกติดตัว ใส่หมวกและเสื้อคลุมด้วยจะดีกว่านะคะ เพื่อป้องกันภาวะที่ร่างกายมีความร้อนมากเกินไป แต่ใช่ว่าหน้าร้อนจะไม่มีที่เที่ยวน่าสนใจนะคะ หน้าร้อนเป็นช่วงที่มีเทศกาลท่องเที่ยวต่างๆเยอะมาก ไม่ว่าจะเป็นเทศกาลชมดอกไม้ไฟ เทศกาลชมหิ่งห้อย หรือขึ้นไปชมความงามของภูเขาไฟฟูจิ และยังเป็นช่วงที่ภูเขาไฟฟูจิเปิดให้เดินขึ้นเขาได้อีกด้วย <span style="color: #fe642e;">เป็นช่วงที่สามารถเที่ยวญี่ปุ่นได้ในราคาที่ถูก</span></p>
<h4>ที่เที่ยวฤดูร้อน</h4>
<p><strong>เทศกาลพลุริมแม่น้ำสุมิดะ (Sumida River)</strong> เป็นเทศกาลที่มีการจุดผลุไฟเป็นร้อยลูกรมแม่น้ำสุมิดะ แม่น้ำสายใหญ่ที่ไหลผ่านโตเกียว มีความสวยงามตะกรานตามากๆเลยค่ะ และนอกจากที่นี่แล้วยังมีการจัดเทศกาลดอกไม้ไฟอีกหลายแห่งตามเมืองใหญ่ต่างๆ </p>
<p><strong>เทศกาลชมหิ่งห้อย สวนสาธารณะ (Tatsuno-cho)</strong> เป็นเทศกาลที่ถ้ามีโอกาสไปชมสักครั้งจะต้องไม่พลาดอย่างแน่นอน เพราะเป็นสวนสาธารณะที่มีหิ่งห้อยกว่า 1 ล้านตัวอาศัยอยู่ด้วยความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาตของสวนที่นี่ และเมื่อเวลาค่ำคืนที่หิ่งห้อยเปล่งแสงสว่างตัดกับความมืด ความสวยงามก็เกิดขึ้นทันที และน้องจากจะชมหิ่งห้อยได้แล้วยังมีการออกร้านขายของต่างๆ ให้เราามารถเดินเที่ยวชมได้ด้วย</p>
<h3>ช่วงฤดูใบไม้ร่วง (Atumn)</h3>
<p>ประเทศญี่ปุ่นในฤดูใบไม้ร่วงจะอยู่ในช่วงเดือน ตุลาคม &#8211; ธันวาคม เป็นช่วงเวลาที่เราจะได้ชมใบไม้เปลี่ยนสี ที่ธรรมชาติสร้างสรรค์ขึ้น เป็นช่วงที่ใบไม้ค่อยๆ เปลี่ยนจากสีเขียว เป็นส้ม และเหลือง ก่อนที่จะร่วงหล่นในฤดูหนาว ช่วงนี้อุณหภูมิในประเทศญี่ปุ่นจะอยู่ที่ 10 &#8211; 20 องศา เป็นช่วงที่อากาศเริ่มหนาวเย็น <em><span style="color: #fe642e;">ช่วงนี้จึงเป็นช่วงท่องเที่ยวที่เหมาะสำหรับชมความงามของใบไม้เปลี่ยนสี และเหมาะสำหรับคนที่ไม่ชอบความหนาวเย็น แต่ก็ไม่ต้องการเที่ยวในหน้าร้อน</span></em> </p>
<p><span style="color: #050708; font-family: Mitr, sans-serif; font-size: 18px;">ที่เที่ยวฤดูใบไม้ร่วง</span></p>
<p><strong>สวนตะวันออกพระราชวังอิมพีเรียล (Tokyo Imperial East Garden)</strong> เป็นสวนที่สามารถชมใบไม้เปลี่ยนสีได้สวยงามที่อยู่ในโตเกียว และยังสามารถชมความงามของปราสาทอิมพีเรียลได้อีกด้วย พอมีฉากหลังเป็นปราสาทตัดกับสีส้ม สีเหลืองของใบไม้ก็เหมือนหลุดเข้าไปในญี่ปุ่นโบราณได้เลย</p>
<p><strong>ศาลเจ้าเมจิ จิงกู (Meiji-jingu Shrine)</strong> เป็นศาลเจ้าที่มีต้นไม้เยอะมาก ถ้าใครที่เคยมาเที่ยวในฤดูร้อนจะเห็นต้นไม้สีเขียวที่ขึ้นอย่างหนาแน่น ให้ทั้งร่มเงา และความสดชื่นท่ามกลางเมือง แต่เมื่อถึงฤดูใบไม้ร่วงก้จะพบกับความสวยงามของใบไม้ที่พากันเปลี่ยนสี ส้ม เหลือง สลับกันไปมา เป็นภาพที่สวยงาม และเดินทางไปง่ายมากๆอีกด้วย</p>
<p><strong>นิกโก้ (Nikko)</strong> และเมื่อพูดถึงที่ชมใบไม้เปลี่ยนสีจะไม่พูดถึงเมืองมรดกโลกอย่าง นิกโก้ ก็คงไม่ได้ เป็นที่ที่มีเส้นทางชมใบไม้เปลี่ยนสีที่สวยที่สุดในภูมิภาค ณ ถนนอิโรฮะซะกะ และนอกจากนั้นยังมี น้ำตกริวซุ ที่ไหลลงในธารน้ำที่มีลักษณะคล้ายมังกร</p>
<p>คำตอบที่ว่า เที่ยวญี่ปุ่นช่วงไหนดี เป็นคำตอบที่ทุกคนต้องหาคำตอบให้ตัวเองนะคะ เพราะประเทศญี่ปุ่นเป็นประเทศที่สามารถเที่ยวได้ทั้งปี มีสถานที่ท่องเที่ยว งานเทศกาลต่างๆ ให้เราได้ลองไปเปิดประสบการณ์มากมาย</p>
]]></content:encoded>
										</item>
		<item>
		<title>ตั๋วเครื่องบินไปเกาหลี เที่ยวเกาหลีช่วงไหนถูกสุด จะบินไปเที่ยวหรือกินก็คุ้ม</title>
		<link>https://www.vacationongo.com/529/</link>
				<pubDate>Mon, 16 Dec 2019 09:31:24 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[Khingyea]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[เกาหลี]]></category>

		<guid isPermaLink="false">https://www.vacationongo.com/?p=529</guid>
				<description><![CDATA[ใกล้วันหยุดยาวกันเข้ามาทุกทีแล้วนะคะทุกคน มีแพลนไปเที่ยวไหนกันบ้างหรือยัง ถ้าให้นึกถึงประเทศที่อากาศดี ถ่ายรูปสวย บินไม่นาน ก็คงหนีไม่พ้นประเทศเกาหลีใต้ใช่ไหมคะ เป็นประเทศยอดฮิตที่คนไทยนิยมไปเที่ยวกันสุดๆ และยังเป็นประเทศที่มีราคาตั๋วเครื่องบินไม่แพงอีกด้วยถ้าหาได้ถูกช่วงเวลา หลายคนเลยเกิดคำถามว่า ตั๋วเครื่องบินไปเกาหลี ช่วงไหนบินคุ้มสุด ถูกสุด วันนี้ Vacation On จะมาไขข้อข้องใจให้ทุกคนค่ะ วิธีจองตั๋วเครื่องบินเกาหลีให้ได้ราคาดีที่สุด การได้ตั๋วเครื่องบินราคาถูกเป็นเรื่องที่หลายๆ คนคาดหวัง การจองตั๋วเครื่องบินเกาหลีให้ได้ราคาดีที่สุด จึงเป็นเป้าหมายที่ใครก็อยากได้ เทคนิคการจองตั๋วเครื่องบินเกาหลีให้ได้ราคาดีที่สุดมีดังนี้ค่ะ เปรียบเทียบราคาตั๋วบินที่บินไปเกาหลีทุกสนามบิน  หลังจากที่เราวางแผนจะเดินทางไปเกาหลีแล้ว ขั้นตอนต่อมาก็คือ การเปรียบเทียบราคาตั๋วเครื่องบินก่อนทำการจอง และเทคนิคการเปรียบเทียบราคาตั๋วเครื่องบินที่ไปเกาหลี เทคนิคแรกคือ การเปรียบเทียบราคาของทุกสนามบินในเกาหลีที่มีเครื่องจากไทยไปลงค่ะ โดยการเลือกต้นทางเป็นสนามบินสุวรรณภูมิ หรือสนามบินดอนเมืองตามที่เราสะดวก แล้วทำการเลือกปลายทางเป็นเกาหลีใต้ (ทุกสนามบิน) แล้วทำการค้นหา เว็ปไซต์ หรือแอพริเคชั่นจะทำการค้นหาทุกเที่ยวบินแสดงให้เราดู เพื่อให้เราสามารถทำการเปรียบเทียบราคาได้ เพราะบางทีการเลือกสนามบินที่ไม่ใช่สนามบินหลัก แล้วนั่งรถไฟต่อ ทำให้เราสามารถประหยัดค่าเดินทางได้ค่ะ เปรียบเทียบราคาตั๋วเครื่องบินไปเกาหลีในแต่ละเดือน เทคนิคต่อมาคือการเปรียบเทียบราคาตั๋วภายในเดือนนั้นๆ เทียบแต่ละเดือนไป จะทำให้เราสามารถมองเห็นราคาตั๋วเครื่องบินโดยรวมของแต่ละเดือน และกำหนดวันที่เดินทางได้ง่ายขึ้นค่ะ เช่น ในเดือนพฤศจิกายนทั้งเดือนตั๋วเครื่องบินมักจะมีราคาสูงมากกว่าราคาตั๋วเครื่องบินในเดือนกรกฏาคม และในหนึ่งเดือนที่เราเลือกดูยังสามารถเห็นราคารายวันได้อีกด้วยว่าในเดือนที่เราเลือกเดินทาง วันไหนเป็นวันที่ตั๋วมีราคาถูกที่สุด เปรียบเทียบราคาตั๋วเครื่องบินไปเกาหลีทั้งขาไปและขากลับ การเปรียบเทียบราคาตั๋วเครื่องบินทั้งขาไปและขากลับ จะทำให้เราสามารถเลือกวันกลับที่เหมาะสมกับเรา หรือเลือกวันกลับที่ราคาตั๋วที่ถูกลงได้ เช่น ถ้าเราจะกลับในวันที่เรากำหนดไว้ที่มีราคาตั๋ว [&#8230;]]]></description>
								<content:encoded><![CDATA[<p>ใกล้วันหยุดยาวกันเข้ามาทุกทีแล้วนะคะทุกคน มีแพลนไปเที่ยวไหนกันบ้างหรือยัง ถ้าให้นึกถึงประเทศที่อากาศดี ถ่ายรูปสวย บินไม่นาน ก็คงหนีไม่พ้นประเทศเกาหลีใต้ใช่ไหมคะ เป็นประเทศยอดฮิตที่คนไทยนิยมไปเที่ยวกันสุดๆ และยังเป็นประเทศที่มีราคาตั๋วเครื่องบินไม่แพงอีกด้วยถ้าหาได้ถูกช่วงเวลา หลายคนเลยเกิดคำถามว่า <span style="color: #fe2ef7;">ตั๋วเครื่องบินไปเกาหลี </span>ช่วงไหนบินคุ้มสุด ถูกสุด วันนี้ Vacation On จะมาไขข้อข้องใจให้ทุกคนค่ะ</p>
<h2>วิธีจองตั๋วเครื่องบินเกาหลีให้ได้ราคาดีที่สุด</h2>
<p>การได้ตั๋วเครื่องบินราคาถูกเป็นเรื่องที่หลายๆ คนคาดหวัง การจองตั๋วเครื่องบินเกาหลีให้ได้ราคาดีที่สุด จึงเป็นเป้าหมายที่ใครก็อยากได้ เทคนิคการจองตั๋วเครื่องบินเกาหลีให้ได้ราคาดีที่สุดมีดังนี้ค่ะ</p>
<h3>เปรียบเทียบราคาตั๋วบินที่บินไปเกาหลีทุกสนามบิน </h3>
<p>หลังจากที่เราวางแผนจะเดินทางไปเกาหลีแล้ว ขั้นตอนต่อมาก็คือ การเปรียบเทียบราคาตั๋วเครื่องบินก่อนทำการจอง และเทคนิคการเปรียบเทียบราคาตั๋วเครื่องบินที่ไปเกาหลี เทคนิคแรกคือ การเปรียบเทียบราคาของทุกสนามบินในเกาหลีที่มีเครื่องจากไทยไปลงค่ะ โดยการเลือกต้นทางเป็นสนามบินสุวรรณภูมิ หรือสนามบินดอนเมืองตามที่เราสะดวก แล้วทำการ<span style="color: #fe642e;">เลือกปลายทางเป็นเกาหลีใต้ (ทุกสนามบิน)</span> แล้วทำการค้นหา เว็ปไซต์ หรือแอพริเคชั่นจะทำการค้นหาทุกเที่ยวบินแสดงให้เราดู เพื่อให้เราสามารถทำการเปรียบเทียบราคาได้ เพราะบางทีการเลือกสนามบินที่ไม่ใช่สนามบินหลัก แล้วนั่งรถไฟต่อ ทำให้เราสามารถประหยัดค่าเดินทางได้ค่ะ</p>
<h3>เปรียบเทียบราคาตั๋วเครื่องบินไปเกาหลีในแต่ละเดือน</h3>
<p>เทคนิคต่อมาคือ<span style="color: #fe642e;">การเปรียบเทียบราคาตั๋วภายในเดือนนั้นๆ เทียบแต่ละเดือนไป</span> จะทำให้เราสามารถมองเห็นราคาตั๋วเครื่องบินโดยรวมของแต่ละเดือน และกำหนดวันที่เดินทางได้ง่ายขึ้นค่ะ เช่น ในเดือนพฤศจิกายนทั้งเดือนตั๋วเครื่องบินมักจะมีราคาสูงมากกว่าราคาตั๋วเครื่องบินในเดือนกรกฏาคม และในหนึ่งเดือนที่เราเลือกดูยังสามารถเห็นราคารายวันได้อีกด้วยว่าในเดือนที่เราเลือกเดินทาง วันไหนเป็นวันที่ตั๋วมีราคาถูกที่สุด</p>
<h3>เปรียบเทียบราคาตั๋วเครื่องบินไปเกาหลีทั้งขาไปและขากลับ</h3>
<p>การ<span style="color: #fe642e;">เปรียบเทียบราคาตั๋วเครื่องบินทั้งขาไปและขากลับ</span> จะทำให้เราสามารถเลือกวันกลับที่เหมาะสมกับเรา หรือเลือกวันกลับที่ราคาตั๋วที่ถูกลงได้ เช่น ถ้าเราจะกลับในวันที่เรากำหนดไว้ที่มีราคาตั๋ว 5,000 บาท แต่ถ้าเราเดินทางกลับเร็วหรือช้าอีกสองวันราคาตั๋วเครื่องบินจะถูกลง 2,000 ถ้าเรารู้ล่วงหน้าก็จะทำให้เราแพลนการเดินทางได้แบบประหยัดเพิ่มขึ้นอีก การเปรียบเทียบแบบนี้ควรทำการเลือกตั๋วแบบเที่ยวเดียวเพื่อทำการเปรียบเทียบนะคะ</p>
<h3>เปรียบเทียบราคาตั๋วเครื่องบินไปเกาหลีระหว่างสายการบิน</h3>
<p>สายการบินที่ทำการบินไปเกาหลีตอนนี้มีให้เลือกเยอะมากๆ ไม่ว่าจะเป็นสายการบินราคาประหยัดของไทยเอง หรือสายการของต่างชาติ การทำการ<span style="color: #fe642e;">เปรียบเทียบราคาตั๋วเครื่องบินของแต่ละสายการบิน</span> จะทำให้เราได้ราคาตั๋วที่คุ้มค่าที่สุด เพราะในบางช่วงเวลาสายการบินแบบ Full service ก็ทำราคาออกมาใกล้เคียง กับสายการบินราคาประหยัด เราจึงควรค่อยๆ เปรียบเทียบราคา การบริการ ของแต่ละสายการบินในช่วงเวลาที่เราเลือกเดินทางค่ะ</p>
<h3>เปรียบเทียบราคาตั๋วเครื่องบินไปเกาหลีทั้งแบบบินตรง และมีจุดแวะพัก</h3>
<p>ในการบินไปต่างประเทศก็มีการบินสองแบบให้เราเลือกคือ <span style="color: #fe642e;">การบินตรง และ การบินแบบมีจุดจอดพัก</span>เพื่อเปลี่ยนเครื่อง ซึ่งราคาตั๋วเครื่องบินของการบินทั้งสองแบบก็มีความแตกต่างกัน การเปรียบเทียบราคาตั๋วเครื่องบินระหว่างสองแบบ เราควรดุข้อดีและข้อเสียให้ดี การบินตรงมีดีตรงที่ใช้เวลาการเดินทางไปถึงที่หมายไม่นาน แต่ก็มักแลกมาด้วยราคาที่สูงกว่า แต่การบินแบบมีจุดจอดพัก ต้องเปลี่ยนเครื่องเพื่อเดินทางต่อจะใช้เวลาเดินทางนานกว่า แต่ก็มีข้อดีตรงที่จะมีราคาถูกกว่าแบบบินตรงอยู่มาก แถมเรายังสามารถได้เที่ยวยังประเทศที่จัดพักอีกด้วย</p>
<h3>เปรียบเทียบราคาตั๋วเครื่องบินเกาหลีแบบไม่ระบุวันที่ เวลา เดินทาง</h3>
<p>การเปรียบราคาตั๋วเครื่องบินแบบนี้ เหมาะกับคนที่ทำงานอาชีพอิสระมาก และคนที่เดินทางคนเดียวที่สุด เพราะมีเวลาที่ยืดหยุ่น เป็นการ<span style="color: #fe642e;">เปรียบเทียบราคาตั๋วที่ไม่ระบุวันที่ เวลา นอกจากต้นทาง และปลายทาง</span> แล้วให้เว็ปไซต์หรือแอพริเคชั่นค้นหาเทียวบินที่ราคาดีที่สุดมาให้เราดู ซึ่งบางทีการจองแบบนี้อาจทำให้เราได้ตั๋วเครื่องบินในราคาถูกแบบเหลือเชื่อเลยนะคะ แต่อาจเป็นวิธีการเปรียบเทียบที่ไม่เหมาะกับคนที่มีวันหยุดกำหนดไว้แน่นอน เพราะถ้าเราเจอตั๋วราคาดีในการเปรียบเทียบแบบนี้ต้องรีบตัดสินใจจอง ถ้าตัดสินใจช้า หรือลังเล ก็อาจจะพลาดราคานี้ไป</p>
<h2>เว็ปไซต์ที่ใช้เปรียบเทียบและจองตั๋วเครื่องบินเกาหลี</h2>
<p>เว็ปไซต์ที่ใช้ในการจองตั๋วเครื่องบินออนไลน์ในปัจจุบันมีเยอะมาก ภายในตัวเว็ปไซต์จะสามารถช่วยให้เราสามารถเปรียบเทียบราคาแต่ละสายการบิน ราแต่ล่ะช่วงเวลา และอำนวยความสะดวกเราอีกหลายๆ อย่าง และเว็ปไซต์ที่ Vacation On ใช้ในการเปรียบเทียบราคาตั๋วเครื่องบินคือ</p>
<ol>
<li><strong>Skyscanner </strong>เป็นเว็ปไซต์ที่ใช้บ่อยมากที่สุดในการเลือกเปรียบเทียบราคาตั๋วเครื่องบินเลยค่ะ เพราะสามารถดึงข้อมูลในการเปรียบเทียบได้หลายแบบในเว็ปเดียว ทำให้เราเปรียบเทียบได้ละเอียด และรวดเร็ว 
<p><figure id="attachment_532" aria-describedby="caption-attachment-532" style="width: 1024px" class="wp-caption aligncenter"><img class="wp-image-532 size-full" src="https://www.vacationongo.com/images/2019/12/vacationon20191612240903008055.jpg" alt="เว็ปไซต์เปรียบเทียบตั๋วเครื่องบิน" width="1024" height="553" srcset="https://www.vacationongo.com/images/2019/12/vacationon20191612240903008055.jpg 1024w, https://www.vacationongo.com/images/2019/12/vacationon20191612240903008055-450x243.jpg 450w, https://www.vacationongo.com/images/2019/12/vacationon20191612240903008055-768x415.jpg 768w, https://www.vacationongo.com/images/2019/12/vacationon20191612240903008055-600x324.jpg 600w, https://www.vacationongo.com/images/2019/12/vacationon20191612240903008055-730x394.jpg 730w, https://www.vacationongo.com/images/2019/12/vacationon20191612240903008055-400x216.jpg 400w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /><figcaption id="caption-attachment-532" class="wp-caption-text">เว็ปไซต์เปรียบเทียบตั๋วเครื่องบิน</figcaption></figure>
</li>
<li><strong> Google Flights </strong>เป็นเว็ปที่ใช้ได้ดีเวลาต้องการค้นหาเที่ยวบินในระยะเวลาใกล้เดินทาง เป็นแพทฟอร์มที่เพิ่งเปิดตัวได้ไม่นาน แต่มีความสามารถในการรวบรวมสายการบินจากทั่วโลกให้เราเปรียบเทียบได้ มีทั้งสายการบินราคาประหยัด และสายการบิน Full service และยังสามารถเปรียบเทียบได้หลายๆ แบบเพื่อราคาตั๋วที่ดีที่สุด
<p><figure id="attachment_533" aria-describedby="caption-attachment-533" style="width: 1024px" class="wp-caption aligncenter"><img class="wp-image-533 size-full" src="https://www.vacationongo.com/images/2019/12/vacationon20191612250935932753.jpg" alt="เว็ปไซต์เปรียบเทียบตั๋วเครื่องบิน" width="1024" height="393" srcset="https://www.vacationongo.com/images/2019/12/vacationon20191612250935932753.jpg 1024w, https://www.vacationongo.com/images/2019/12/vacationon20191612250935932753-450x173.jpg 450w, https://www.vacationongo.com/images/2019/12/vacationon20191612250935932753-768x295.jpg 768w, https://www.vacationongo.com/images/2019/12/vacationon20191612250935932753-600x230.jpg 600w, https://www.vacationongo.com/images/2019/12/vacationon20191612250935932753-730x280.jpg 730w, https://www.vacationongo.com/images/2019/12/vacationon20191612250935932753-400x154.jpg 400w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /><figcaption id="caption-attachment-533" class="wp-caption-text">เว็ปไซต์เปรียบเทียบตั๋วเครื่องบิน</figcaption></figure>
</li>
</ol>
<h2>เที่ยวเกาหลีช่วงไหนดี</h2>
<p>เที่ยวเกาหลีช่วงไหนดี เป็นคำถามที่โดนถามเข้ามาบ่อยมากนะคะ จริงๆ แล้วประเทศเกาหลีสามารถเที่ยวได้ทั้งปีค่ะ ขึ้นอยู่กับว่าเราต้องการไปสัมผัสบรรยากาศแบบที่เกาหลี ประเทศเกาหลีเป็นประเทศที่มีฤดูทั้งหมด 4 ฤดู คือ ฤดูหนาว ฤดูใบไม้ผลิ ฤดูร้อน และฤดูใบไม้ร่วง ซึ่งเสน่ห์ในแต่ละฤโุกาลนั้นก็ต่างกันไป เช่นเดียวกันกับราคาตั๋วเครื่องบินไปเกาหลี ในแต่ล่ะช่วงฤดูกาลก็มีความต่างกันด้วยค่ะ</p>
<p><strong>ฤดูหนาว</strong> เดือนธันวาคม &#8211; กุมภาพันธ์</p>
<p>ประเทศเกาหลีในช่วงฤดูหนาวจะมีความแห้งหนาวจัด และมีหิมะตกในบางวัน อุณหภูมิเฉลี่ยจะอยู่ที่ -5 ถึง -20 ขึ้นอยู่กับจังหวัดที่เราเดินทางไป แต่จะเป็นช่วงที่เกาหลีมีอากาศหนาวเย็นที่สุด เหมาะสำหรับใครที่อยากไปสัมผัสหิมะของจริง สัมผัสอากาศหนาวระดับติดลบ และสำหรับคนที่ต้องการมีประสบกาณ์กับกิจกรรมยอดฮิตในฤดูหนาวอย่างสกี ที่ไม่สามารถหาเล่นได้ที่ประเทศ ตั๋วเครื่องบินไปเกาหลีในช่วงนี้จึงเป็นช่วงที่มีราคาสูง เพราะนักท่องเที่ยวนิยมเดินทางไปเที่ยวกันเยอะ</p>
<p><strong>ฤดูใบไม้ผลิ</strong> เดือนมีนาคม &#8211; พฤษภาคม</p>
<p>ในช่วงฤดูใบไม้ผลิเป็นช่วงฤดูที่มีอากาศเย็นกำลังดี อุณหภูมิสูงขึ้นจากช่วงฤดูหนาว อุณหภูมิเฉลี่ยจะอยู่ที่ 5 &#8211; 18 องศา เป็นช่วงที่ดอกไม้กำลังผลิบาน เหมาะสำหรับการไปเที่ยวชมดอกไม้ตามสวนต่างๆ และที่สำคัญไม่ควรพลาดการไปชมซากุระที่เกาหลีในช่วงนี้ค่ะ</p>
<p><strong>ฤดูร้อน</strong> เดือนมิถุนายน &#8211; สิงหาคม</p>
<p>หน้าร้อนในประเทศเกาหลีมีอากาศร้อนพอๆ กับประเทศไทยบ้านเราค่ะ อุณหภูมิโดยเฉลี่ยจะอยู่ที่ 25 &#8211; 35 องศา แต่<em>หน้าร้อนของเกาหลีอาจเจอฝนตกในบางวัน แต่เป็นช่วงที่ราคาที่พัก และ<span style="color: #fe642e;">ตั๋วเครื่องบินมีราคาถูก</span></em> เป็นช่วงที่เหมาะจะไปช็อปปิ้ง เพราะเสื้อผ้าแฟชั่นเกาหลี สามารถซื้อมาใส่ในไทยได้ คุณภาพดี แบบสวย ถูกใจสาวๆ แน่ะเลยค่ะ</p>
<p>ฤดูใบไม้ร่วง เดือนกันยายน &#8211; พฤศจิกายน</p>
<p>ถ้าทุกคนคิดว่าฤดูหนาวของเกาหลีพีคสุดทั้งราคาตั๋วเครื่องบิน และราคาที่พักแล้วล่ะก็ ต้องขอบอกเลยว่ายังค่ะ เพราะ<span style="color: #fe642e;">ช่วงที่ตั๋วเครื่องบินไปประเทศเกาหลีแพงที่สุดคือ ฤดูไม้ไม่ร่วงค่ะ</span> อุณหภูมิโยเฉลี่ยจะอยู่ที่ 5 &#8211; 20 องศา เป็นช่วงที่นักท่องเที่ยวเดินทางไปเกาหลีเป็นจำนวนมาก เพราะเป็นช่วงที่ต้นไม้ ใบไม้ทั่วทั้งเกาหลีค่อยๆเปลี่ยนสีจากสีเขียว เป็นสีส้มบ้าง แดงบ้าง เหลืองบ้างสลับกันไปสวยสุดๆ ทำให้นักท่องเที่ยวจากทุกที่มุ่งหน้าไปเที่ยว ทั้งราคาที่พัก ราคาตั๋วเครื่องบินจึงสูงขึ้นไปด้วยค่ะ</p>
<p>&nbsp;</p>
]]></content:encoded>
										</item>
		<item>
		<title>วิธีเช็คตารางรถไฟ และวิธีจองตั๋วรถไฟออนไลน์ จองง่าย เที่ยวง่าย ในราคาประหยัด</title>
		<link>https://www.vacationongo.com/516/</link>
				<pubDate>Sun, 15 Dec 2019 09:12:09 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[Khingyea]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[ทิปท่องเที่ยว]]></category>

		<guid isPermaLink="false">https://www.vacationongo.com/?p=516</guid>
				<description><![CDATA[การเดินทางไปเที่ยวในปัจจุบันมีช่องทางการเดินทาง ที่ให้เราเลือกได้หลากหลายมากขึ้นนะคะ ทำให้ค่าใช้จ่ายในการเดินทางถูกลง เพราะการเดินทางไม่ได้ถูกจำกัดอยู่แต่ในเครื่องบินเท่านั้น เดี๋ยวนี้นักท่องเที่ยวหันกลับมาใช้การเดินทางด้วยรถไฟกันมากขึ้น พร้อมทั้งการรถไฟแห่งประเทศไทยเองก็พัฒนาคุณภาพของห้องโดยสาร ที่นั่ง และการบริการให้มีคุณภาพมากขึ้น แต่ก็ยังมีอีกหลายคนที่ยังไม่มีโอกาสได้ใช้บริการ เพราะจองไม่เป็น ไม่รู้จะเลือกยังไง นั่งแบบไหน และไม่ทราบว่าการเช็คตารางรถไฟออนไลน์ต้องทำยังไง วันนี้ Vacation On จะมาไขข้อข้องใจให้กับทุกคนค่ะ ทำความรู้จักกับรถไฟไทย กิจการรถไฟได้เริ่มต้นให้บริการประชาชน ตั้งแต่สมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชการที่ 5 ตั้งแต่ปี พ.ศ.2439 จนกระทั่งสิ้น รัชสมัยของพระองค์ในปี พ.ศ.2453  ต่อมาการรถไฟไทยได้มีการพัฒนาระบบต่าง รวมถึงการบริการมาเรื่อยๆ จนกระทั่งในปัจจุบันการรถไฟไทยเปิดให้บริการจอง และซื้อตั๋วรถไฟออนไลน์ด้วยระบบ E &#8211; ticket บนหน้าเว็ปไซตฺการรถไฟแห่งประเทศไทย www.railway.co.th หรือ www.thairailwayticket.com เพื่อตอบสนองความต้องการของคนไทยที่หันกลับมาให้ความสนใจในการเดินทางโดยรถไฟมากขึ้น นอกจากระบบการจองตั๋ว และการซื้อตั๋วออนไลน์ได้แล้ว ยังสามารถเช็คตารางการเดินรถของการรถไฟได้อีกด้วย ก่อนที่เราจะไปดูวิธีการเช็คตารางรถไฟ เราควรจะรู้จักประเภทของรถไฟไทยที่มีให้บริการทั้งหมดก่อนนะคะ จะได้เลือกขึ้นได้ถูกตามความต้องการของเรา ประเภทรถไฟ ขบวนรถด่วนพิเศษ (Special Express) ปัจจุบันมีให้บริการทั้งหมด 10 ขบวน เป็นขบวนที่บริการเฉพาะการเดินทางระยะไกล จอดพักเฉพาะสถานีที่สำคัญเท่านั้น ชนิดของรถที่ให้บริการคือ รถโบกี้นั่งและนอนชั้นที่ [&#8230;]]]></description>
								<content:encoded><![CDATA[<p>การเดินทางไปเที่ยวในปัจจุบันมีช่องทางการเดินทาง ที่ให้เราเลือกได้หลากหลายมากขึ้นนะคะ ทำให้ค่าใช้จ่ายในการเดินทางถูกลง เพราะการเดินทางไม่ได้ถูกจำกัดอยู่แต่ในเครื่องบินเท่านั้น เดี๋ยวนี้นักท่องเที่ยวหันกลับมาใช้การเดินทางด้วยรถไฟกันมากขึ้น พร้อมทั้ง<span style="color: #fe2ef7;">การรถไฟแห่งประเทศไทย</span>เองก็พัฒนาคุณภาพของห้องโดยสาร ที่นั่ง และการบริการให้มีคุณภาพมากขึ้น แต่ก็ยังมีอีกหลายคนที่ยังไม่มีโอกาสได้ใช้บริการ เพราะจองไม่เป็น ไม่รู้จะเลือกยังไง นั่งแบบไหน และไม่ทราบว่าการ<span style="color: #fe2ef7;">เช็คตารางรถไฟออนไลน์</span>ต้องทำยังไง วันนี้ Vacation On จะมาไขข้อข้องใจให้กับทุกคนค่ะ</p>
<h2>ทำความรู้จักกับรถไฟไทย</h2>
<p>กิจการรถไฟได้เริ่มต้นให้บริการประชาชน ตั้งแต่สมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชการที่ 5 ตั้งแต่ปี พ.ศ.2439 จนกระทั่งสิ้น รัชสมัยของพระองค์ในปี พ.ศ.2453  ต่อมาการรถไฟไทยได้มีการพัฒนาระบบต่าง รวมถึงการบริการมาเรื่อยๆ จนกระทั่งในปัจจุบันการรถไฟไทยเปิดให้บริการจอง และซื้อตั๋วรถไฟออนไลน์ด้วยระบบ <span style="color: #fe2ef7;">E &#8211; ticket</span> บนหน้าเว็ปไซตฺการรถไฟแห่งประเทศไทย <a href="http://www.railway.co.th/" target="_blank" rel="nofollow noopener noreferrer">www.railway.co.th</a> หรือ <a href="https://www.thairailwayticket.com/eTSRT/" target="_blank" rel="nofollow noopener noreferrer">www.thairailwayticket.com</a> เพื่อตอบสนองความต้องการของคนไทยที่หันกลับมาให้ความสนใจในการเดินทางโดยรถไฟมากขึ้น นอกจากระบบการจองตั๋ว และการซื้อตั๋วออนไลน์ได้แล้ว ยังสามารถเช็คตารางการเดินรถของการรถไฟได้อีกด้วย ก่อนที่เราจะไปดูวิธีการเช็คตารางรถไฟ เราควรจะรู้จักประเภทของรถไฟไทยที่มีให้บริการทั้งหมดก่อนนะคะ จะได้เลือกขึ้นได้ถูกตามความต้องการของเรา</p>
<h3>ประเภทรถไฟ</h3>
<p><strong>ขบวนรถด่วนพิเศษ (Special Express) </strong>ปัจจุบันมีให้บริการทั้งหมด 10 ขบวน เป็นขบวนที่บริการเฉพาะการเดินทางระยะไกล จอดพักเฉพาะสถานีที่สำคัญเท่านั้น ชนิดของรถที่ให้บริการคือ</p>
<ul>
<li>รถโบกี้นั่งและนอนชั้นที่ 1 ปรับอากาศ (บนอ.ป.)</li>
<li>รถโบกี้นั่งและนอนชั้นที่ 2 ปรับอากาศ (บนท.ป.)</li>
<li>รถโบกี้นั่งและนอนชั้นที่ 2 (บนท.)</li>
<li>รถกำลังดีเซลรางปรับอากาศไม่มีห้องขับ (กซข.ป.)</li>
<li>รถกำลังดีเซลรางปรับอากาศมีห้องขับ (กซม.ป.)</li>
</ul>
<p><strong>ขบวนรถด่วน (Express) </strong>มีให้บริการทั้งหมด 9 ขบวน เป็นขบวนรถที่เดินระยะทางไกล หยุดเฉพาะสถานีที่สำคัญๆ เท่านั้น<br />
แต่มีการให้บริการของชนิดรถพ่วง มากกว่าขบวนรถด่วนพิเศษ และชนิดของขบวนรถที่มีให้บริการคือ</p>
<ul>
<li>รถโบกี้นั่งและนอนชั้นที่ 1 ปรับอากาศ (บนอ.ป.)</li>
<li>รถโบกี้นั่งและนอนชั้นที่ 2 ปรับอากาศ (บนท.ป.)</li>
<li>รถโบกี้นั่งและนอนชั้นที่ 2 (บนท.)</li>
<li>รถโบกี้ชั้นที่ 2 ปรับอากาศ (บชท.ป.)</li>
<li>รถโบกี้ชั้นที่ 2 (บชท.)</li>
<li>รถโบกี้ชั้นที่ 2 &#8211; 3 (บสส.)</li>
<li>รถโบกี้ชั้นที่ 3 (บชส.ป.)</li>
<li>รถโบกี้ชั้นที่ 3 (บชส.)</li>
<li>รถกำลังดีเซลรางปรับอากาศไม่มีห้องขับ (กซม.ป.)</li>
<li>รถกำลังดีเซลรางมีห้องขับ (กซข.)</li>
</ul>
<p><strong>ขบวนรถเร็ว (Rapid) </strong>มีให้บริการทั้งหมด 17 ขบวน เป็นขบวนรถที่เดินระยะทางไกล แต่จะหยุดรับ &#8211; ส่ง ผู้โดยสาร ในจำนวนสถานีที่มากกว่าขบวนรถด่วน ชนิดของขบวนรถที่มีให้บริการคือ</p>
<ul>
<li>รถโบกี้นั่งและนอนชั้นที่ 2 ปรับอากาศ (บนท.ป.)</li>
<li>รถโบกี้นั่งและนอนชั้นที่ 2 (บนท.)</li>
<li>รถโบกี้ชั้นที่ 2 ปรับอากาศ (บชท.ป.)</li>
<li>รถโบกี้ชั้นที่ 2 (บชท.)</li>
<li>รถโบกี้ชั้นที่ 2 &#8211; 3 (บสส.)</li>
<li>รถโบกี้ชั้นที่ 3 (บชส.ป.)</li>
<li>รถโบกี้ชั้นที่ 3 (บชส.)</li>
</ul>
<p><strong>ขบวนรถธรรมดา (Ordinary)</strong> มีให้บริการทั้งหมด 27 ขบวน เป็นขบวนรถที่ให้บริการแก่ผู้โดยสารเดินทาง ไปยังส่วนภูมิภาคต่าง ๆ ทั่วประเทศไทย หยุดทุกๆ สถานีใช้สำหรับการเดินทางในระยะสั้น ชนิดของขบวนที่ให้บริการคือ</p>
<ul>
<li>รถโบกี้ชั้นที่ 2 &#8211; 3 (บสส.)</li>
<li>รถโบกี้ชั้นที่ 3 (บชส.)</li>
<li>รถกำลังดีเซลรางมีห้องขับ (กซข.)</li>
</ul>
<p><strong>ขบวนรถชานเมือง (Bangkok Commuter)</strong> เป็นขบวนรถที่ให้บริการแก่ผู้โดยสารในเขตกรุงเทพมหานคร และปริมณฑล ระยะทางไม่เกิน 150 กม. เพื่อใช้เดินทางไปทำงาน ศึกษาเล่าเรียน และติดต่อค้าขาย หยุดทุกสถานี และจอดทุกป้ายหยุดรถ เส้นทางที่เปิดให้บริการคือ</p>
<ul>
<li>สายเหนือ กรุงเทพ &#8211; ลพบุรี ระยะทาง 133 กิโลเมตร</li>
<li>สายตะวันออกเฉียงเหนือ กรุงเทพ &#8211; ชุมทางแก่งคอย ระยะทาง 125 กิโลเมตร</li>
<li>สายตะวันออก กรุงเทพ &#8211; ปราจีนบุรี ระยะทาง 122 กิโลเมตร</li>
<li>สายใต้ กรุงเทพ &#8211; ราชบุรี ระยะทาง 117 กิโลเมตร</li>
<li>สายใต้ กรุงเทพ &#8211; สุพรรณบุรี ระยะทาง 158 กิโลเมตร (ขบวนรถพิเศษชานเมือง)</li>
</ul>
<p><strong>ขบวนรถท้องถิ่น (Rural Commuter)</strong> มีให้บริการทั้งหมด 24 ขบวน เป็นขบวนรถที่ให้บริการแก่ผู้โดยสาร ที่ต้องการเดินทางระหว่างจังหวัด จะหยุดรถทุกสถานี และป้ายหยุดรถ ชนิดของขบวนรถที่ให้บริการคือ</p>
<ul>
<li>รถโบกี้ชั้นที่ 3 (บชส.)</li>
<li>รถกำลังดีเซลรางมีห้องขับ (กซข.)</li>
</ul>
<p><strong>ขบวนรถท่องเที่ยว (Excursion)</strong> เป็นขบวนรถที่ให้บริการนักท่องเที่ยว ในช่วงวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดราชการ จะหยุดรับ &#8211; ส่งผู้โดยสารเฉพาะสถานีที่มีแหล่งท่องเที่ยวเท่านั้น ชนิดของขบวนรถที่ให้บริการคือ</p>
<ul>
<li>รถโบกี้ชั้นที่ 3 ( บชส.)</li>
<li>รถกำลังดีเซลรางปรับอากาศมีห้องขับ ( กซข.ป.)</li>
<li>รถกำลังดีเซลรางปรับอากาศไม่มีห้องขับ ( กซม.ป)</li>
<li>รถกำลังดีเซลรางมีห้องขับ ( กซข.)</li>
</ul>
<p><strong>ให้บริการในเส้นทาง </strong></p>
<ul>
<li>กรุงเทพมหานคร &#8211; พระนครศรีอยุธยา</li>
<li>กรุงเทพมหานคร &#8211; น้ำตก</li>
<li>กรุงเทพมหานคร &#8211; สวนสนประดิพัทธ์</li>
<li>กรุงเทพมหานคร &#8211; เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์</li>
</ul>
<h2>วิธีเช็คตารางรถไฟ</h2>
<p>หลังจากที่เรารู้จักชนิดของขบวนรถไฟกันไปแล้ว เรามารู้วิธีการเช็คตารางการเดินรถไฟแบบออนไลน์กันนะคะ การเช็คขบวนรถไฟมีวิธีการดังนี้</p>
<ol>
<li>เข้าไปที่เว็ป <a href="http://procurement.railway.co.th/checktime/checktime.asp" target="_blank" rel="nofollow noopener noreferrer">procurement.railway.co.th/checktime/checktime.asp</a>
<p>&nbsp;</p>
<p><figure id="attachment_518" aria-describedby="caption-attachment-518" style="width: 1024px" class="wp-caption aligncenter"><img class="wp-image-518 size-full" src="https://www.vacationongo.com/images/2019/12/vacationon20191512240875389532.jpg" alt="เช็คตารางรถไฟออนไลน์" width="1024" height="268" srcset="https://www.vacationongo.com/images/2019/12/vacationon20191512240875389532.jpg 1024w, https://www.vacationongo.com/images/2019/12/vacationon20191512240875389532-450x118.jpg 450w, https://www.vacationongo.com/images/2019/12/vacationon20191512240875389532-768x201.jpg 768w, https://www.vacationongo.com/images/2019/12/vacationon20191512240875389532-600x157.jpg 600w, https://www.vacationongo.com/images/2019/12/vacationon20191512240875389532-730x191.jpg 730w, https://www.vacationongo.com/images/2019/12/vacationon20191512240875389532-400x105.jpg 400w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /><figcaption id="caption-attachment-518" class="wp-caption-text">เช็คตารางรถไฟออนไลน์</figcaption></figure>
</li>
<li>เลือกสถานีต้นทาง และสถานีปลายทาง ที่ต้องการแล้วกดตรวจสอบด้านขวา
<p><figure id="attachment_519" aria-describedby="caption-attachment-519" style="width: 1024px" class="wp-caption aligncenter"><img class="wp-image-519 size-full" src="https://www.vacationongo.com/images/2019/12/vacationon20191512250857128546.jpg" alt="เช็คตารางรถไฟออนไลน์" width="1024" height="268" srcset="https://www.vacationongo.com/images/2019/12/vacationon20191512250857128546.jpg 1024w, https://www.vacationongo.com/images/2019/12/vacationon20191512250857128546-450x118.jpg 450w, https://www.vacationongo.com/images/2019/12/vacationon20191512250857128546-768x201.jpg 768w, https://www.vacationongo.com/images/2019/12/vacationon20191512250857128546-600x157.jpg 600w, https://www.vacationongo.com/images/2019/12/vacationon20191512250857128546-730x191.jpg 730w, https://www.vacationongo.com/images/2019/12/vacationon20191512250857128546-400x105.jpg 400w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /><figcaption id="caption-attachment-519" class="wp-caption-text">เช็คตารางรถไฟออนไลน์</figcaption></figure>
</li>
<li>ทำการกดเลือกขบวนรถที่เราต้องการเช็คเวลาการวิ่ง ในส่วนตรงนี้ยังสามารถตรวจสอบราคาค่าโดยสาร และติดตามขบวนรถได้อีกด้วย
<p><figure id="attachment_520" aria-describedby="caption-attachment-520" style="width: 1024px" class="wp-caption aligncenter"><img class="wp-image-520 size-full" src="https://www.vacationongo.com/images/2019/12/vacationon20191512260862980726.jpg" alt="เช็คตารางรถไฟออนไลน์" width="1024" height="401" srcset="https://www.vacationongo.com/images/2019/12/vacationon20191512260862980726.jpg 1024w, https://www.vacationongo.com/images/2019/12/vacationon20191512260862980726-450x176.jpg 450w, https://www.vacationongo.com/images/2019/12/vacationon20191512260862980726-768x301.jpg 768w, https://www.vacationongo.com/images/2019/12/vacationon20191512260862980726-600x235.jpg 600w, https://www.vacationongo.com/images/2019/12/vacationon20191512260862980726-730x286.jpg 730w, https://www.vacationongo.com/images/2019/12/vacationon20191512260862980726-400x157.jpg 400w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /><figcaption id="caption-attachment-520" class="wp-caption-text">เช็คตารางรถไฟออนไลน์</figcaption></figure> <figure id="attachment_521" aria-describedby="caption-attachment-521" style="width: 1024px" class="wp-caption aligncenter"><img class="wp-image-521 size-full" src="https://www.vacationongo.com/images/2019/12/vacationon20191512270832001401.jpg" alt="เช็คตารางรถไฟออนไลน์" width="1024" height="576" srcset="https://www.vacationongo.com/images/2019/12/vacationon20191512270832001401.jpg 1024w, https://www.vacationongo.com/images/2019/12/vacationon20191512270832001401-450x253.jpg 450w, https://www.vacationongo.com/images/2019/12/vacationon20191512270832001401-768x432.jpg 768w, https://www.vacationongo.com/images/2019/12/vacationon20191512270832001401-600x338.jpg 600w, https://www.vacationongo.com/images/2019/12/vacationon20191512270832001401-730x411.jpg 730w, https://www.vacationongo.com/images/2019/12/vacationon20191512270832001401-400x225.jpg 400w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /><figcaption id="caption-attachment-521" class="wp-caption-text">เช็คตารางรถไฟออนไลน์</figcaption></figure>
</li>
</ol>
<h2>วิธีจองตั๋วรถไฟ</h2>
<p>วิธีการจองตั๋วรถไฟในปัจจุบันทำง่ายขึ้นมาก เพราะการรถไฟได้จัดทำระบบการจองตั๋วรถไฟแบบออนไลน์ขึ้นมา เพื่อตอบสนองความต้องการใช้บริการของทุกคนที่เพิ่มมากขึ้นโดยมีขั้นตอนการจองง่ายๆ ดังนี้</p>
<h3>ขั้นตอนในการจองตั๋วรถไฟออนไลน์</h3>
<ol>
<li>ตรวจสอบขบวนรถไฟที่ต้องการเดินทาง
<p><figure id="attachment_522" aria-describedby="caption-attachment-522" style="width: 1024px" class="wp-caption aligncenter"><img class="wp-image-522 size-full" src="https://www.vacationongo.com/images/2019/12/vacationon20191512410848395016.jpg" alt="วิธีจองตั๋วรถไฟออนไลน์" width="1024" height="373" srcset="https://www.vacationongo.com/images/2019/12/vacationon20191512410848395016.jpg 1024w, https://www.vacationongo.com/images/2019/12/vacationon20191512410848395016-450x164.jpg 450w, https://www.vacationongo.com/images/2019/12/vacationon20191512410848395016-768x280.jpg 768w, https://www.vacationongo.com/images/2019/12/vacationon20191512410848395016-600x219.jpg 600w, https://www.vacationongo.com/images/2019/12/vacationon20191512410848395016-730x266.jpg 730w, https://www.vacationongo.com/images/2019/12/vacationon20191512410848395016-400x146.jpg 400w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /><figcaption id="caption-attachment-522" class="wp-caption-text">วิธีจองตั๋วรถไฟออนไลน์</figcaption></figure>
</li>
<li>เลือกขบวนรถ
<p><figure id="attachment_523" aria-describedby="caption-attachment-523" style="width: 1024px" class="wp-caption aligncenter"><img class="wp-image-523 size-full" src="https://www.vacationongo.com/images/2019/12/vacationon20191512420898069707.jpg" alt="วิธีจองตั๋วรถไฟออนไลน์" width="1024" height="373" srcset="https://www.vacationongo.com/images/2019/12/vacationon20191512420898069707.jpg 1024w, https://www.vacationongo.com/images/2019/12/vacationon20191512420898069707-450x164.jpg 450w, https://www.vacationongo.com/images/2019/12/vacationon20191512420898069707-768x280.jpg 768w, https://www.vacationongo.com/images/2019/12/vacationon20191512420898069707-600x219.jpg 600w, https://www.vacationongo.com/images/2019/12/vacationon20191512420898069707-730x266.jpg 730w, https://www.vacationongo.com/images/2019/12/vacationon20191512420898069707-400x146.jpg 400w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /><figcaption id="caption-attachment-523" class="wp-caption-text">วิธีจองตั๋วรถไฟออนไลน์</figcaption></figure>
</li>
<li>เลือกตู้</li>
<li>เลือกที่นั่งสามารถทำได้ 2 แบบคือ ระบุที่นั่งด้วยตัวเอง และให้ระบบสุ่มที่นั่งให้ หลังจากนั้นใส่รายละเอียดข้อมูลผู้โดยสาร
<p><figure id="attachment_524" aria-describedby="caption-attachment-524" style="width: 1024px" class="wp-caption aligncenter"><img class="wp-image-524 size-full" src="https://www.vacationongo.com/images/2019/12/vacationon20191512420861891550.jpg" alt="วิธีจองตั๋วรถไฟออนไลน์" width="1024" height="373" srcset="https://www.vacationongo.com/images/2019/12/vacationon20191512420861891550.jpg 1024w, https://www.vacationongo.com/images/2019/12/vacationon20191512420861891550-450x164.jpg 450w, https://www.vacationongo.com/images/2019/12/vacationon20191512420861891550-768x280.jpg 768w, https://www.vacationongo.com/images/2019/12/vacationon20191512420861891550-600x219.jpg 600w, https://www.vacationongo.com/images/2019/12/vacationon20191512420861891550-730x266.jpg 730w, https://www.vacationongo.com/images/2019/12/vacationon20191512420861891550-400x146.jpg 400w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /><figcaption id="caption-attachment-524" class="wp-caption-text">วิธีจองตั๋วรถไฟออนไลน์</figcaption></figure>
</li>
<li>ชำระเงิน<br />
&#8211; เลือกช่องทางการชำระเงิน<br />
&#8211; ตรวจสอบข้อมูลการเดินทางทั้งหมดว่าถูกต้องหรือไม่ และยืนยันการชำระเงิน<br />
&#8211; ชำระเงินผ่าน BBL Payment Gatewat เมื่อขั้นตอนการชำระเงินเรียบร้อยแล้ว ระบบจะกลับมาที่หน้าเว็บ <br />
พร้อมแสดงข้อความว่าการสำรองที่นั่งเรียบร้อย/ Booking Success</p>
<p><figure id="attachment_525" aria-describedby="caption-attachment-525" style="width: 1024px" class="wp-caption aligncenter"><img class="wp-image-525 size-full" src="https://www.vacationongo.com/images/2019/12/vacationon20191512430829466622.jpg" alt="วิธีจองตั๋วรถไฟออนไลน์" width="1024" height="334" srcset="https://www.vacationongo.com/images/2019/12/vacationon20191512430829466622.jpg 1024w, https://www.vacationongo.com/images/2019/12/vacationon20191512430829466622-450x147.jpg 450w, https://www.vacationongo.com/images/2019/12/vacationon20191512430829466622-768x251.jpg 768w, https://www.vacationongo.com/images/2019/12/vacationon20191512430829466622-600x196.jpg 600w, https://www.vacationongo.com/images/2019/12/vacationon20191512430829466622-730x238.jpg 730w, https://www.vacationongo.com/images/2019/12/vacationon20191512430829466622-400x130.jpg 400w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /><figcaption id="caption-attachment-525" class="wp-caption-text">วิธีจองตั๋วรถไฟออนไลน์</figcaption></figure>
</li>
<li>พิมพ์ตั๋วโดยสาร หลังจากที่เราทำการจองตั๋วสำเร็จแล้วระบบจะทำการ POP Up ไฟล์ PDF ให้เราที่หน้าจอ เมื่อเปิดเข้าไปจะเป็นข้อมูลการเดินทางที่เราจอง และข้อมูลผู้โดยสาร ให้เราทำการพิมพ์ตั๋วออกมาเก็บไว้ได้เลยค่ะ และระบบจะทำการส่งไฟล์ PDF ให้เราทางอีเมลล์อีกครั้งด้วย
<p><figure id="attachment_526" aria-describedby="caption-attachment-526" style="width: 1024px" class="wp-caption aligncenter"><img class="wp-image-526 size-full" src="https://www.vacationongo.com/images/2019/12/vacationon20191512430828499044.jpg" alt="วิธีจองตั๋วรถไฟออนไลน์" width="1024" height="864" srcset="https://www.vacationongo.com/images/2019/12/vacationon20191512430828499044.jpg 1024w, https://www.vacationongo.com/images/2019/12/vacationon20191512430828499044-450x380.jpg 450w, https://www.vacationongo.com/images/2019/12/vacationon20191512430828499044-768x648.jpg 768w, https://www.vacationongo.com/images/2019/12/vacationon20191512430828499044-600x506.jpg 600w, https://www.vacationongo.com/images/2019/12/vacationon20191512430828499044-730x616.jpg 730w, https://www.vacationongo.com/images/2019/12/vacationon20191512430828499044-400x338.jpg 400w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /><figcaption id="caption-attachment-526" class="wp-caption-text">วิธีจองตั๋วรถไฟออนไลน์</figcaption></figure>
</li>
</ol>
<h3>เงื่อนไขการจองตั๋วรถไฟออนไลน์</h3>
<p>การจะทำการจองตั๋วออนไลน์ได้นั้น ทางการรถไฟได้กำหนดเงื่อนไขการให้บริการไว้ดังนี้ค่ะ</p>
<ol>
<li>ต้องสมัครสมาชิกที่ระบบ e-TSRT ก่อนเพื่อใช้ในการสำรองที่นั่ง โดยการเข้าที่เว็บไซต์ <a href="https://www.thairailwayticket.com/eTSRT/" target="_blank" rel="nofollow noopener noreferrer">www.thairailwayticket.com/eTSRT/</a> เลือกเมนูสมัครสมาชิก</li>
<li>ระยะเวลาการจำหน่ายตั๋วและสำรองที่นั่งล่วงหน้าไม่เกิน 60 วัน และสามารถสำรองที่นั่งได้ก่อนขบวนรถออก 2 ชั่วโฒง</li>
<li>ให้บริการเฉพาะขบวนรถเชิงพาณิชย์ใน 3 เส้นทาง (ไม่รวมขบวนรถนำเที่ยว) ดังนี้ – เส้นทางสายเหนือ – เส้นทางสายตะวันออกเฉียงเหนือ – เส้นทางสายใต้</li>
<li>ให้บริการเฉพาะตั๋วผู้ใหญ่ (เต็มราคาที่ไม่ใช้สิทธิ์ลดราคาใดๆ) และตั๋วเด็ก (มีสิทธิ์ลดราคา 50% และมีส่วนสูงตั้งแต่ 100 เซนติเมตร ขึ้นไป และไม่เกิน 150 เซนติเมตร เท่านั้น)</li>
<li>การสำรองที่นั่งทางอินเทอร์เน็ต สามารถสำรองที่นั่งได้ไม่เกิน 4 ที่นั่งต่อการทำรายการ 1 ครั้ง</li>
<li>สามารถเลือกที่นั่งได้เอง หรือให้ระบบ e-TSRT ทำการเลือกที่นั่งให้โดยอัตโนมัติ</li>
<li>การชำระเงินค่าตั๋วจะรับชำระเงินผ่านบัตรเครดิตระบบ Visa,Master Card, JCB และบัตรเดบิตของธนาคารกรุงเทพ เท่านั้น</li>
<li>การจองและซื้อตั๋วผ่านระบบ e-TSRT จะต้องเสียค่าบริการเพิ่มดังนี้ ชั้น 1 ค่าบริการ 40 บาทต่อ 1 ที่นั่ง ชั้น 2 ค่าบริการ 30 บาทต่อ 1 ที่นั่ง และชั้น 3 ค่าบริการ 20 บาทต่อ 1 ที่นั่ง</li>
<li>ต้องพิมพ์ตั๋วที่ได้จากระบบเพื่อใช้เป็นหลักฐานยืนยันในวันเดินทาง และไม่สามารถแสดงตั๋วผ่านสมาร์ทโฟนได้</li>
<li>การเลื่อนชั้น/เปลี่ยนแปลงตั๋ว ต้องติดต่อขอเลื่อนชั้น/เปลี่ยนแปลงตั๋ว ได้เฉพาะที่สถานีรถไฟเท่านั้น</li>
</ol>
<p>การเดินทางด้วยรถไฟจะไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป ด้วยวิธีการเช็คตารางรถไฟ และการจองตั๋วรถไฟแบบออนไลน์ที่ Vacation On นำเอามาฝากกันวันนี้นะคะ น่าจะเป็นช่องทางการเดินทางอีกช่องทางนึงที่หลายๆคนสนใจ ไปเปิดประสบการณ์การเดินทางท่องเที่ยวในแบบใหม่ ด้วยการเดินทางที่มีเสน่ห์ด้วยรถไฟกันเยอะๆนะคะ</p>
]]></content:encoded>
										</item>
		<item>
		<title>กระเป๋าเดินทางยี่ห้อไหนดี สวย อึด ถึก ทน คุณภาพดีคุ้มราคา</title>
		<link>https://www.vacationongo.com/509/</link>
				<pubDate>Fri, 13 Dec 2019 14:19:40 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[Khingyea]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[ทิปท่องเที่ยว]]></category>

		<guid isPermaLink="false">https://www.vacationongo.com/?p=509</guid>
				<description><![CDATA[สำหรับนักท่องเที่ยวทั้งหลาย กระเป๋นเดินทางเป็นเรื่องสำคัญมาก และควรเป็นอุปกรณ์หลายคนควรเลือกลงทุนกับมัน เพราะการลงทุนกับกระเป๋าดีๆ จะช่วยให้การเดินทางของคุณราบรื่น สะดวกสบายมากขึ้น และยังสามารถใช้ไปได้อีกนาน ลองคิดดูว่าถ้าขณะกำลังลากกะเป๋าอยู่ แล้วล้อเกิดหลุดออกมา คงเป็นเรื่องที่ชวนสยองขวัญอยู่ไม่น้อยใช่ไหมล่ะคะ และหลังจากที่ทุกคนคิดที่จะลงทุนเลือกซื้อกระเป๋าเดินทาง ก็คงจะมีคำถามตามมาว่า กระเป๋าเดินทางยี่ห้อไหนดี ยี่ห้อไหนอึด และทน วันนี้ Vacation On จะมาไขข้อข้องใจให้กับทุกคนค่ะ Samsonite กระเป๋าเดินทางยี่ห้อดัง ที่คงไม่มีใครไม่รู้จัก เป็นแบรนด์ที่ได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่องเสมอมา ด้วยจุดเด่นของตัวกระเป๋ามีความแข็งแรง ทนทาน สามารถใช้งานได้เป็นเวลานาน และบริการหลังการขายที่ดี แต่มีราคาค่อนข้างสูง เป็นแบรนด์กระเป๋าที่มีประวัติความเป็นมา ที่ยาวนานตั้งแต่ปี คศ.1910 และได้รับความไว้วางใจอย่างต่อเนื่องยาวนานมาถึงปัจจุบัน  รุ่นที่แนะนำ ENWRAP ข้อดี  ระบบความปลอดภัย TSA Lock มาพร้อมช่องเสียบ USB Anti-theft ซิปป้องกันการโจรกรรม ทำจากโพลีคาร์บอเนต มีให้เลือกทั้งผิวด้าน ผิวมัน ขยายซิปเพิ่มพื้นที่กระเป๋าได้ American Tourister แบรนด์กระเป๋าเดินทางยี่ห้อดัง ที่ได้รับความนิยมไม่แพ้กัน แถมด้วยราคาที่จับต้องได้ แค่มีเงินหลักพันก็สามารถเป็นเจ้าของได้ ก่อตั้งโดยชาวอเมริกันตั้งแต่ปี 1932 แต่ต่อมาได้ถูกบริษัท [&#8230;]]]></description>
								<content:encoded><![CDATA[<p>สำหรับนักท่องเที่ยวทั้งหลาย กระเป๋นเดินทางเป็นเรื่องสำคัญมาก และควรเป็นอุปกรณ์หลายคนควรเลือกลงทุนกับมัน เพราะการลงทุนกับกระเป๋าดีๆ จะช่วยให้การเดินทางของคุณราบรื่น สะดวกสบายมากขึ้น และยังสามารถใช้ไปได้อีกนาน ลองคิดดูว่าถ้าขณะกำลังลากกะเป๋าอยู่ แล้วล้อเกิดหลุดออกมา คงเป็นเรื่องที่ชวนสยองขวัญอยู่ไม่น้อยใช่ไหมล่ะคะ และหลังจากที่ทุกคนคิดที่จะลงทุนเลือกซื้อกระเป๋าเดินทาง ก็คงจะมีคำถามตามมาว่า <span style="color: #fe2ef7;">กระเป๋าเดินทางยี่ห้อไหนดี</span> ยี่ห้อไหนอึด และทน วันนี้ Vacation On จะมาไขข้อข้องใจให้กับทุกคนค่ะ</p>
<h2>Samsonite</h2>
<p>กระเป๋าเดินทางยี่ห้อดัง ที่คงไม่มีใครไม่รู้จัก เป็นแบรนด์ที่ได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่องเสมอมา ด้วยจุดเด่นของตัวกระเป๋ามีความแข็งแรง ทนทาน สามารถใช้งานได้เป็นเวลานาน และบริการหลังการขายที่ดี แต่มีราคาค่อนข้างสูง เป็นแบรนด์กระเป๋าที่มีประวัติความเป็นมา ที่ยาวนานตั้งแต่ปี คศ.1910 และได้รับความไว้วางใจอย่างต่อเนื่องยาวนานมาถึงปัจจุบัน </p>
<p><strong>รุ่นที่แนะนำ </strong>ENWRAP</p>
<figure style="width: 960px" class="wp-caption aligncenter"><img src="https://scontent.fcnx3-1.fna.fbcdn.net/v/t1.0-9/p960x960/78857105_3273921616011140_7071914453184282624_o.jpg?_nc_cat=107&amp;_nc_eui2=AeGnBYd7J2etPvh_qAD-Cff27avd1osxE51IhmXvmnibh_S2XSig3Oew8EdKy4PY2G5bSLgy57W7w2h4t7_7WJdtc4u4gxVbkB2ONxSK42NBtg&amp;_nc_ohc=d1gNGM-KPY8AQk7w6Q0gaC8xwl7V3HGJ3w7Z2kYO_G8ZqdXJyjKFHRi_w&amp;_nc_ht=scontent.fcnx3-1.fna&amp;oh=ff2523d9bd1837594881ea2e7c446583&amp;oe=5E7F97BF" alt="Samsonite รุ่น ENWRAP" width="960" height="960" /><figcaption class="wp-caption-text">Samsonite รุ่น ENWRAP</figcaption></figure>
<p><strong>ข้อดี </strong></p>
<ul>
<li>ระบบความปลอดภัย TSA Lock มาพร้อมช่องเสียบ USB</li>
<li>Anti-theft ซิปป้องกันการโจรกรรม</li>
<li>ทำจากโพลีคาร์บอเนต</li>
<li>มีให้เลือกทั้งผิวด้าน ผิวมัน</li>
<li>ขยายซิปเพิ่มพื้นที่กระเป๋าได้</li>
</ul>
<h2>American Tourister</h2>
<p>แบรนด์กระเป๋าเดินทางยี่ห้อดัง ที่ได้รับความนิยมไม่แพ้กัน แถมด้วยราคาที่จับต้องได้ แค่มีเงินหลักพันก็สามารถเป็นเจ้าของได้ ก่อตั้งโดยชาวอเมริกันตั้งแต่ปี 1932 แต่ต่อมาได้ถูกบริษัท Samsonite ซื้อกิจการไป จึงทำให้เรามั่นใจได้อีกว่า American Tourister ใช้มาตรฐานการผลิตเดียวกันกับ Samsonite เพราะฉะนั้นจึงเป็นกระเป๋าที่มีดีทั้งคุณภาพ และราคา คุ้มค่าแก่การเป็นเจ้าของอย่างแน่นอน</p>
<p><strong>รุ่นที่แนะนำ</strong> SUNSIDE </p>
<figure style="width: 553px" class="wp-caption alignnone"><img src="https://backend.central.co.th/media/catalog/product/c/d/cds21472381-1.jpg?impolicy=resize&amp;width=553" alt="American Tourister" width="553" height="737" /><figcaption class="wp-caption-text">American Tourister รุ่น SUNSIDE</figcaption></figure>
<p><strong>ข้อดี</strong></p>
<ul>
<li>ทำจากโพลีโพรพิลีนน้ำหนักเบา</li>
<li>ระบบความปลอดภัย TSA Lock</li>
<li>ขยายซิปเพิ่มพื้นที่กระเป๋าได้</li>
<li>ราคาน่ารักไม่แพง</li>
</ul>
<h2>Rimowa</h2>
<p>แบรนด์กระเป๋าเดินทางสัญชาติเยอรมัน ที่ถูกจัดอยู่ในกลุ่ม Luxury Travel Goods ที่ก่อตั้งขึ้นในปี 1898 เป็นแบรนด์กระเป๋าเดินทางที่ทำจากอลูมิเนียมและโพลีคาร์บอเนตคุณภาพสูง และยังเป็นเจ้าแรกของโลกอีกด้วยที่ผลิตกระเป๋าจากอะลูมิเนียม กระเป๋า Rimowa ขึ้นชื่อเรื่องน้ำหนักเบา มีความแข็งแรงทนทาน ล้อลากลื่นไหลไม่มีสะดุด และยังมีรูปทรงที่สวยงาม ทั้งหมดนี้เกิดจากประสบการณ์ การพัฒนาคุณภาพสินค้าที่ยาวนานถึง 120 ปี ข้อเสียคงจะมีอยู่อย่างเดียว คือ เป็นกระเป๋าเดินทางที่มีราคาสูง</p>
<p><strong>รุ่นแนะนำ </strong>Limbo</p>
<figure style="width: 1080px" class="wp-caption aligncenter"><img src="https://vacationongo.com/images/2019/12/1576246788.jpg" alt="Rimowa รุ่น Limbo" width="1080" height="1080" /><figcaption class="wp-caption-text">Rimowa รุ่น Limbo</figcaption></figure>
<p><strong>ข้อดี</strong></p>
<ul>
<li>ทำจากโพลีคาร์บอเนต </li>
<li>มีระบบ TSA Lock 2 ชั้น</li>
<li>รับประกันนานถึง 5 ปี</li>
<li>มีศูนย์ซ่อม</li>
</ul>
<h2>Legend Walker</h2>
<p>กระเป๋าเดินทางที่โดดเด่นด้วยรูปลักษณ์ทันสมัย มีความแข็งแรง ผลิตจากวัสดุทำจากโพลีโพรพิลีน มีน้ำหนักเบา เป็นแบรนด์ที่มีต้นกำเนิดจากประเทศญี่ปุ่น ไว้วางใจได้ด้วยมาตรฐานการผลิตจากประเทศญี่ปุ่นที่ได้รับความน่าเชื่อถือ มีความสะดวกต่อการใช้งาน และยังสามารถขยายขนาดของกระเป๋าได้ด้วย</p>
<p><strong>รุ่นแนะนำ </strong>5203-58 </p>
<figure style="width: 600px" class="wp-caption aligncenter"><img src="https://vacationongo.com/images/2019/12/1576246792.jpg" alt="Legend Walker" width="600" height="600" /><figcaption class="wp-caption-text">Legend Walker</figcaption></figure>
<p><strong>ข้อดี</strong></p>
<ul>
<li>ทำจากโพลีโพรพิลีน</li>
<li>ระบบความปลอดภัย TSA Lock</li>
<li>มีหลายสีให้เลือก</li>
<li>ราคาน่ารัก</li>
</ul>
<h2>ELEMENTS</h2>
<p>มาต่อกันที่กระเป๋าเดินทางที่อึด ถึก และทน อีกแบรนด์ที่ได้รับความนิยมเป็นตัวเลือกต้นๆ สำหรับนักเดินทาง ด้วยกระเป๋าที่ผลิตจากวัสดุโพลีคาร์บอเนต ทำให้มีน้ำหนักเบา และมีการออกแบบโครงสร้างแบบพิเสษที่ช่วยให้กระเป๋ามีความแข็งแรง ทนทานมากขึ้น แถมยังมาพร้อมกับการออกแบบที่เรียบง่าย แต่ทันสมัย ราคาไม่แพง</p>
<p><strong>รุ่นที่แนะนำ </strong>PCLV-1278</p>
<figure style="width: 1400px" class="wp-caption aligncenter"><img src="https://vacationongo.com/images/2019/12/1576246794.jpg" alt="ELEMENTS" width="1400" height="1400" /><figcaption class="wp-caption-text">ELEMENTS</figcaption></figure>
<p><strong>ข้อดี</strong></p>
<ul>
<li>ทำจากโพลีคาร์บอเนต</li>
<li>กระเป๋ามีความหยืดหยุ่นสูง</li>
<li>กระเป๋าขนาดใหญ่ ราคาไม่แพง</li>
<li>ระบบ TSA Lock</li>
</ul>
<h2>CARGO Airtrans</h2>
<p>กระเป๋าเดินทางสัญชาติญี่ปุ่นอีกแบรนด์ ที่การันตรีเรื่องความแข็งแรงทนทาน ด้วยตัวกระเป๋าที่ขึ้นรูปจากอะลูมิเนียม ทำให้มีความหยืดหยุ่น รองรับแรงกระแทกได้ดี มีน้ำหนักเบา ลากได้ลื่นไหล มีการออกแบบรูปทรง และสีสันให้เลือกหลากหลาย ทั้งแบบเรียบง่ายเป็นผู้ใหญ่ หรือสีสันสดใสอย่างสีพาสเทล ก็สามารถเลือกได้ตามใจคุณ และที่สำคัญราคาไม่แพงอีกด้วย</p>
<p><strong>รุ่นที่แนะนำ </strong>Cargo Jet Setter</p>
<figure style="width: 960px" class="wp-caption aligncenter"><img src="https://scontent.fcnx3-1.fna.fbcdn.net/v/t1.0-9/p960x960/29357077_1796675920352849_7457691791555297280_o.jpg?_nc_cat=103&amp;_nc_eui2=AeFd4QS_ApUw7cygv47CJfhnRo_oyZCw8o80wqULaRgQX5EsZnrLUhERnDsefItELSuSnPayYMVdYyRJDgZ9_uJYVzTOO3UCzF2Z4WOkrEWq9A&amp;_nc_ohc=tEnS2h4F0XkAQnTrARhzc_rfx2PmNnB2DkEF5iTXIEmoKupxm8MYl29kQ&amp;_nc_ht=scontent.fcnx3-1.fna&amp;oh=daedf7436a5be4fe52fba01c4cc283a7&amp;oe=5E869892" alt="Cargo Airtrans " width="960" height="960" /><figcaption class="wp-caption-text">Cargo Airtrans</figcaption></figure>
<p><strong>ข้อดี</strong></p>
<ul>
<li>ทำจากอะลูมิเนียม สวยและทนทาน</li>
<li>ระบบ TSA Lock ที่ออกแบบพิเศษ โดยการหมุน HINOMOTO Rotary</li>
<li>รับประกันนานถึง 5 ปี</li>
<li>จุของได้เยอะ</li>
</ul>
<h2>Bric&#8217;s Milano</h2>
<p>Bric&#8217;s Milano แบรนด์กระเป๋าเดินทางจากอิตาลี ที่มีความโดดเด่นในเรื่องของการออกแบบรูปทรงของกระเป๋า ที่เป็นรูปทรงแบบคลาสสิค สามารถปรับใช้ได้กับสไตล์ของผู้ใช้งาน มีความสวยหรูแบบแบรนด์กระเป๋าจากิตาลี แต่ก็มีฟังก์ชั่นที่สามารถใช้งานได้จริง คุณภาพแข็งแรง ทนทานตามมาตรฐานช่างผลิตกระเป๋าจากอิตาลี </p>
<p><strong>รุ่นที่แนะนำ </strong>Bellagio</p>
<figure style="width: 598px" class="wp-caption aligncenter"><img src="https://scontent.fcnx3-1.fna.fbcdn.net/v/t1.0-9/79308341_1038364773169049_6508696876055789568_n.png?_nc_cat=108&amp;_nc_eui2=AeFA4oGdr52gtsK6RlKcRjGMydipD4d4ZX997B5QQCRpNWM5rzF515e6Gju7j9dhsGHbDT8jRGpb1KGI46ldjhFVKTcY4QAntcmRvBH8U2O_RA&amp;_nc_ohc=jqfmGkvqX_UAQnoMPOOlXPZaqB4B2U_9DvPmcOcwfItBXCy_pAQOt-FsQ&amp;_nc_ht=scontent.fcnx3-1.fna&amp;oh=b92dcf57f59bd75dd13df95631bc89fe&amp;oe=5E71A1E0" alt="Bric's Milano" width="598" height="749" /><figcaption class="wp-caption-text">Bric&#8217;s Milano</figcaption></figure>
<p><strong>ข้อดี</strong></p>
<ul>
<li>ผลิตจาโพลีคาร์บอเนตคุณภาพสูง</li>
<li>รูปแบบสวยงามคลาสสิค สี่เหลี่ยมโค้งมน</li>
<li>ตกแต่งด้วยหนังแท้</li>
<li>น้ำหนักเบา </li>
<li>ระบบล็อค TSA</li>
<li>ล้อลากชั้นดีจากญี่ปุ่น</li>
</ul>
<h2>Polo World</h2>
<p>แบรนด์สุดท้ายชื่อคงคุ้นตาสำหรับใครหลายๆ คนเป็นแบรนด์เสื้อที่มีการผลิตกระเป๋าเดินทางด้วย และกระเป๋าที่ผลิตออกมาก็ได้รับความนิยมเช่นกัน ด้วยคุณภาพกระเป๋าที่สวยงาม ทนทาน ผลิตจากวัสดุโพลีคาร์บอเนต น้ำหนักเบา มีระบบล็อคที่ได้มาตรฐาน ราคาไม่สูงมาก จึงเป็นหนึ่งในตัวเลือกอันดับต้นๆ ของคนที่กำลังวางแผนซื้อกระเป๋าเดินทาง</p>
<figure style="width: 636px" class="wp-caption aligncenter"><img src="https://scontent.fcnx3-1.fna.fbcdn.net/v/t1.0-9/s960x960/66454247_2401036736850436_1521876379497398272_o.jpg?_nc_cat=102&amp;_nc_eui2=AeHc3L-3fPP3zknl-HYEX_IbotB15CaOVgWy5OBVL0DkPCQmoXhDTpZbnUrb8aOnAnDdXhiBcwa7PInlnBdSgnzr6-g51srvokcuP1EBYW3s-w&amp;_nc_ohc=5ZPDS_Zno_gAQnsWsSxaqjdddi9QoPZUS8GWDq88Ej0s9GoL7RvQ2_tDg&amp;_nc_ht=scontent.fcnx3-1.fna&amp;oh=51b6cc992c64952aeedde3a7ffaf334c&amp;oe=5EB36470" alt="POLO World" width="636" height="960" /><figcaption class="wp-caption-text">POLO World</figcaption></figure>
<p><strong>ข้อดี</strong></p>
<ul>
<li>ระบบความปลอดภัย TSA Lock</li>
<li>ผลิตจากโพลีคาร์บอเนต</li>
<li>มีหลายสีให้เลือก</li>
<li>ราคาน่ารัก</li>
</ul>
<p>ถึงแม้ว่ากระเป๋าเดินทางจะเป็นสิ่งที่ควรลงทุนมากที่สุด สำหรับอุปกรณ์ในการเดินทางนะคะ แต่ก็ควรดูที่ความเหมาะสม กับกำลังของเราในการซื้อหามาใช้ด้วยนะคะ เพราะในปัจจุบันแบรนด์แต่ละแบรนด์ก็มีการพัฒนาคุณภาพ และคุณสมบัติของกระเป๋าออกมาให้เราได้เลือก ในระดับของราคา เราควรเลือกให้เหมาะกับเรามากที่สุด ใช้เวลาเปรียบเทียบราคาคุณสมบัติให้ดีก่อนตัดสินใจซื้อ จะทำให้ทุกคนได้กระเป๋าที่สามารถใช้งานได้คุ้มค่า และสวยงามถูกใจเข้ากับสไตล์ของทุกคนค่ะ</p>
]]></content:encoded>
										</item>
		<item>
		<title>ปลั๊กไฟสิงคโปร์ เรื่องที่ต้องรู้ ก่อนเตรียมตัวเที่ยวสิงคโปร์</title>
		<link>https://www.vacationongo.com/504/</link>
				<pubDate>Fri, 13 Dec 2019 09:28:37 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[Khingyea]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[สิงคโปร์]]></category>

		<guid isPermaLink="false">https://www.vacationongo.com/?p=504</guid>
				<description><![CDATA[ประเทศสิงคโปร์ประเทศที่ไม่เคยหยุดพัฒนา เป็นประเทศที่ไปเที่ยวกี่ครั้งก็ไม่เบื่อ เป็นประเทศที่มักสร้างสิ่งแปลกใหม่ที่ดึงดูใจนักท่องเที่ยวได้เสมอ และยังเป็นประเทศที่แนะนำ สำหรับคนที่กำลังวางแผนเที่ยวต่างประเทศด้วยตัวเองครั้งแรกอีกด้วย และเรื่องที่หลายๆ คนมักพลาดเสมอในการเตรียมตัวไปเที่ยวสิงคโปร์ คือ เรื่องปลั๊กไฟสิงคโปร์ วันนี้ Vacation On จะมาไขข้อข้องใจให้กับทุกคนค่ะ  เรื่องที่ควรรู้ก่อนเที่ยวสิงคโปร์ การเตรียมตัวที่ดีมีชัยไปกว่าครึ่ง เหมือนที่เคยมีคนกล่าวไว้ว่า &#8220;รู้เขารู้เรา เที่ยวร้อยครั้ง รอดร้อยครั้ง&#8221; ดูจะไม่เกี่ยวกันเท่าไหร่ใช่ไหมคะ แต่จะบอกเลยว่าการเตรียมตัวที่ดีก่อนเดินทางไปเที่ยวในทุกๆ ทริปจะช่วยให้เราเที่ยวสบายขึ้นมาก ไม่ว่าจะเป็นทริป ระยะไกลคนละซีกโลก หรือทริประยะใกล้อย่างประเทศสิงค์โปร์ เราไปดูกันค่ะว่าไปเที่ยวสิงคโปร์ครั้งนี้ มีเรื่องอะไรที่เราต้อง เตรียมตัวกันบ้าง ปลั๊กไฟสิงคโปร์เป็นแบบไหน ปลั๊กไฟเป็นเรื่องที่หลายๆ คนมองข้ามไป แต่เป็นสิ่งที่จำเป็นต่อการใช้งานมากเลยนะคะ ก็ปลั๊กไฟสิงคโปร์นั้นมีลักษณะไม่เหมือนของประเทศไทยเรา ปลั๊กไฟสิงคโปร์จะใช้เป็นแบบ 3 ขาเหลี่ยมหนา ซึ่งเป็นปลั๊กมาตรฐานที่ใช้กันอย่างแพร่หลายในอังกฤษ ฟิลิปปินส์ และบรูไน ส่วนปลั๊กอุปกรณ์ไฟฟ้าของไทยเราส่วนใหญ่จะใช้เป็นแบบ 2 ขาแบน หรือไม่ก็เป็นแบบ 3 ขากลม ซึ่งจะไม่สามารถเสียบเข้าได้กับเต้ารับที่สิงคโปร์นะคะ ดังนั้นก่อนเดินทางไปสิงคโปร์ ทุกคนควรมีอุปกรณ์เสริมที่สำคัญ 1 ชิ้น คือ Universal Adapter เป็นตัวช่วยแปลงหัวปลั๊กไฟให้เราสามารถเสียบอุปกรณ์ที่เรานำไปด้วยได้ ประเทศสิงคโปร์ใช้กระแสไฟเท่าไหร่ [&#8230;]]]></description>
								<content:encoded><![CDATA[<p>ประเทศสิงคโปร์ประเทศที่ไม่เคยหยุดพัฒนา เป็นประเทศที่ไปเที่ยวกี่ครั้งก็ไม่เบื่อ เป็นประเทศที่มักสร้างสิ่งแปลกใหม่ที่ดึงดูใจนักท่องเที่ยวได้เสมอ และยังเป็นประเทศที่แนะนำ สำหรับคนที่กำลังวางแผนเที่ยวต่างประเทศด้วยตัวเองครั้งแรกอีกด้วย และเรื่องที่หลายๆ คนมักพลาดเสมอในการเตรียมตัวไปเที่ยวสิงคโปร์ คือ เรื่อง<span style="color: #fe2ef7;">ปลั๊กไฟสิงคโปร์</span> วันนี้ Vacation On จะมาไขข้อข้องใจให้กับทุกคนค่ะ </p>
<h2>เรื่องที่ควรรู้ก่อนเที่ยวสิงคโปร์</h2>
<p>การเตรียมตัวที่ดีมีชัยไปกว่าครึ่ง เหมือนที่เคยมีคนกล่าวไว้ว่า &#8220;รู้เขารู้เรา เที่ยวร้อยครั้ง รอดร้อยครั้ง&#8221; ดูจะไม่เกี่ยวกันเท่าไหร่ใช่ไหมคะ แต่จะบอกเลยว่าการเตรียมตัวที่ดีก่อนเดินทางไปเที่ยวในทุกๆ ทริปจะช่วยให้เราเที่ยวสบายขึ้นมาก ไม่ว่าจะเป็นทริป ระยะไกลคนละซีกโลก หรือทริประยะใกล้อย่างประเทศสิงค์โปร์ เราไปดูกันค่ะว่าไปเที่ยวสิงคโปร์ครั้งนี้ มีเรื่องอะไรที่เราต้อง เตรียมตัวกันบ้าง</p>
<h3>ปลั๊กไฟสิงคโปร์เป็นแบบไหน</h3>
<p>ปลั๊กไฟเป็นเรื่องที่หลายๆ คนมองข้ามไป แต่เป็นสิ่งที่จำเป็นต่อการใช้งานมากเลยนะคะ ก็ปลั๊กไฟสิงคโปร์นั้นมีลักษณะไม่เหมือนของประเทศไทยเรา <span style="color: #fe2ef7;">ปลั๊กไฟสิงคโปร์จะใช้เป็นแบบ 3 ขาเหลี่ยมหนา ซึ่งเป็นปลั๊กมาตรฐานที่ใช้กันอย่างแพร่หลายในอังกฤษ ฟิลิปปินส์ และบรูไน</span> ส่วน<em>ปลั๊กอุปกรณ์ไฟฟ้าของไทยเราส่วนใหญ่จะใช้เป็นแบบ 2 ขาแบน หรือไม่ก็เป็นแบบ 3 ขากลม</em> ซึ่งจะไม่สามารถเสียบเข้าได้กับเต้ารับที่สิงคโปร์นะคะ ดังนั้นก่อนเดินทางไปสิงคโปร์ ทุกคนควรมีอุปกรณ์เสริมที่สำคัญ 1 ชิ้น คือ <span style="color: #339933;">Universal Adapter</span> เป็นตัวช่วยแปลงหัวปลั๊กไฟให้เราสามารถเสียบอุปกรณ์ที่เรานำไปด้วยได้</p>
<figure style="width: 1000px" class="wp-caption aligncenter"><img src="https://vacationongo.com/images/2019/12/1576229317.jpg" alt="ปลั๊กไฟสิงคโปร์" width="1000" height="1000" /><figcaption class="wp-caption-text">ปลั๊กไฟสิงคโปร์</figcaption></figure>
<h3>ประเทศสิงคโปร์ใช้กระแสไฟเท่าไหร่</h3>
<p>ผ่านจากเรื่องปลั๊กไฟ ต่อไปก็เป็นเรื่องกระแสไฟฟ้าในประเทศสิงคโปร์ ถึงแม้ว่าปลั๊กไฟของเราจะใช้ไม่เหมือนกับประเทศเขา แต่<span style="color: #fe2ef7;">กระแสไฟฟ้าของสิงคโปร์นั้น ใช้เหมือนกันกับประเทศไทยเรานะคะ คือเป็นแบบกระแสไฟฟ้าสลับ 220 &#8211; 240 V. 50 Hz</span> ทำให้เราไม่ต้องกังวลเรื่องอุปกรณ์ไฟฟ้าต่างๆ เพราะสามารถใช้ด้วยกันได้หมดค่ะ และในยุคปัจจุบันที่เราทุกคนมีอุปกรณ์ไฟฟ้าเต็มไปหมด ไม่ว่าจะเป็นที่ชาร์ตแบตโทรศัพท์ ที่ชาร์ตแบตกล้องถ่ายรูป ไดร์เป่าผม และอีกมายเราจึงควรพก ปลั๊กพ่วง ติดไปด้วยเพื่อประหยัดเวลาการใช้งานค่ะ</p>
<h3>สกุลเงินของสิงคโปร์</h3>
<p>สิงคโปร์เป็นประเทศที่มีค่าครองชีพสูงติดอันดับโลกทุกปี สกุลเงินที่ใช้ในสิงคโปร์ คือ ดอลล่าร์สิงคโปร์ (SGD) อัตราแลกเปลี่ยนปัจจบัน <span style="color: #ffbf00;">1 ดอลล่าร์สิงคโปร์ เท่ากับ 23 &#8211; 25 บาท</span> และถึงแม้จะเป็นประเทศที่มีค่าครองชีพสูง แต่สิงคโปร์ก็จะมีศูนย์อาหารที่เรียกว่า Hawker ขนาดเล็กใหญ่ กระจายอยู่ทั่วไปคอยให้บริการในราคาย่อมเยาว์ ราคาอาหารตามร้านอาหารในศูนย์อาหาร จะตกอยู่ที่ 3 &#8211; 4 ดอลล่าร์สิงคโปร์ต่อ 1 จาน </p>
<figure id="attachment_505" aria-describedby="caption-attachment-505" style="width: 1024px" class="wp-caption aligncenter"><img class="wp-image-505 size-full" src="https://www.vacationongo.com/images/2019/12/vacationon20191312140962113953.jpg" alt="สกุลเงินสิงคโปร์" width="1024" height="576" srcset="https://www.vacationongo.com/images/2019/12/vacationon20191312140962113953.jpg 1024w, https://www.vacationongo.com/images/2019/12/vacationon20191312140962113953-450x253.jpg 450w, https://www.vacationongo.com/images/2019/12/vacationon20191312140962113953-768x432.jpg 768w, https://www.vacationongo.com/images/2019/12/vacationon20191312140962113953-600x338.jpg 600w, https://www.vacationongo.com/images/2019/12/vacationon20191312140962113953-730x411.jpg 730w, https://www.vacationongo.com/images/2019/12/vacationon20191312140962113953-400x225.jpg 400w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /><figcaption id="caption-attachment-505" class="wp-caption-text">สกุลเงินสิงคโปร์</figcaption></figure>
<h3>ภาษาที่ใช้ในสิงคโปร์</h3>
<p>ประเทศสิงคโปร์เป็นประเทศที่ขึ้นชื่อเรื่องความหลากหลายทางเชื้อชาติ ดังนั้นภาษาที่ใช้ภายในประเทศจึงมีความหลากหลายไปด้วย แต่<span style="color: #339933;">ภาษาหลักที่ใช้ในการติดต่อสื่อสารทั้งทางราชการ และทางธุรกิจการค้า คือ ภาษาอังกฤษ ซึ่งคนสิงคโปร์ก็จะมีเอกลักษณ์ของสำเนียงภาษาอังกฤษในแบบของตัวเองที่ขึ้นชื่อ คือ Singlish</span> ซึ่งเราสามารถหาฟังได้ที่สิงคโปร์เท่านั้น นอกจากภาษาอังกฤษแล้ว ก็ยังมีภาษาจีนกลาง ภาษาทมิฬ อีกด้วย ซึ่งเราจะสามารถสังเกตุความหลากหลายทางภาษาได้ตามป้ายต่างๆ ตามรถไฟฟ้า ป้ายโฆษณา หรือป้ายจราจร </p>
<h3>เวลาในประเทศสิงคโปร์</h3>
<p>เวลาที่ประเทศสิงคโปร์<em> เร็วกว่าเวลาในประเทศไทย 1 ชั่วโมง</em> เพราะสิงค์โปร์นั้นอยู่ในแนวไทม์โซนเดียวกับ Brunei Malaysia และ Philippines คือ UTC +08:00 เพื่อไม่ให้พลาดเวลานัดหมาย หรือรถไฟฟ้าเมื่อไปถึงสนามบินชางฮีแล้ว ก็อย่าลืมประบนาฬิกาให้เป็นเวลาท้องถิ่นด้วยนะคะ</p>
<h3>การเดินทางภายในประเทศ</h3>
<p>การเดินทางในประเทศสิงคโปร์มีความสะดวกสบายมาก มีรถไฟฟ้าครอบคลุมทุกพื้นที่ และนอกจากครอบคลุมแล้วยังตรงต่อเวลามาก และถ้าใครไม่อยากขึ้นไฟฟ้าสิงคโปร์ก็มีรถบัสโดยสารสาธารณะไว้คอบบริการ ซึ่งต้องขอบอกเลยว่าเป็นรถเมล์ขึ้นง่าย สะดวก สะอาดปลอดภัย และสำหรับใครที่ต้องการความสบายในการเดินทางก็สามารถเรียกใช้บริการแท็กซี่ได้ แอบบอกว่าถ้าเป็นช่วงเร่งด่วนแท็กซี่ก็ปฏิเสธผู้โดยสารเหมือนบ้านเราอยู่นะ </p>
<h3>เที่ยวสิงคโปร์ช่วงไหนดี</h3>
<p>ประเทศสิงคโปร์เป็นประเทศที่สามารถท่องเที่ยวได้ตลอดทั้งปี เพราะเป็นประเทศที่<span style="color: #01a9db;">มีเพียง 2 ฤดูเท่านั้น คือฤดูร้อนในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ – ตุลาคม และฤดูฝนในช่วงเดือนพฤศจิกายน – มกราคม</span> แต่ถึงแม้จะเป็นฤดูร้อนก็จะยังสามารถพบเจอกับฝนตกได้บ้าง เพราะฉะนั้นถ้าใครจะไปเที่ยวอย่าลืมพกร่มเล็กๆ ติดกระเป๋าไว้ด้วยนะคะ แต่สิงคโปร์ก็มีช่วงเดือนที่ฝนตกน้อยที่สุดอยู่เหมือนกันนะคะ คือ เดือนมิถุนายน – กรกฎาคม ซึ่งเป็นช่วงที่น่าเที่ยวที่สุดค่ะ</p>
<p>เป็นอย่างไรกันบ้างค่ะกับข้อมูลที่ Vacation On นำมาฝากทุกคน เป็นเรื่องจำเป็นที่เราทุกคนต้องเตรียมตัว ก่อนไปเที่ยวสิงคโปร์ มีเรื่องให้เราต้องเตรียมตัวอยู่เยอะพอสมควรเลยนะคะ และเรื่องเล็กๆ อย่างเรื่องปลั๊กไฟสิงคโปร์ ก็เป็นเรื่องที่ไม่อยากให้ทุกคนมองข้ามไป ไม่งั้นถ้าไปถึงแล้วปลั๊กไฟเสียบไม่ได้ หรือปลั๊กไฟไม่พอแล้วแบตกล้องหมดขึ้นมา เราก็คงไม่มีรูปสวยๆ อัพลงโซเชียลแน่ๆ</p>
]]></content:encoded>
										</item>
		<item>
		<title>เตรียมตัวไปญี่ปุ่น ฉบับเที่ยวด้วยตัวเอง รวมทุกขั้นตอนที่ต้องรู้ ง่ายกว่านี้ไม่มีอีกแล้ว</title>
		<link>https://www.vacationongo.com/499/</link>
				<pubDate>Thu, 12 Dec 2019 11:50:36 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[Khingyea]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[ญี่ปุ่น]]></category>

		<guid isPermaLink="false">https://www.vacationongo.com/?p=499</guid>
				<description><![CDATA[ประเทศท่องเที่ยวในฝันของใครหลายๆ คนก็คือ ประเทศญี่ปุ่นใช่ไหมคะ เพราะญี่ปุ่นเป็นประเทศที่สามารถเที่ยวได้ทุกฤดู แต่ละฤดูก็มีเสน่ห์ที่ต่างกันไป ทำให้มือใหม่ที่กำลังว่างแผนหลายคนเกิดความลังเล กังวล สับสน วางแผนไม่ถูก ว่า การเตรียมตัวไปญี่ปุ่นด้วยตัวเอง ต้องทำอย่างไร วันนี้ Vacation On จะมาไขข้อข้องใจให้กับทุกคนค่ะ เตรียมตัวไปญี่ปุ่นด้วยตัวเองนั้น Vacation On จะขอแบ่งออกเป็น 4 ขั้นตอนเพื่อความเข้าใจง่ายสำหรับทุกคนนะคะ และเพื่อที่ทุกคนจะสามารถนำไปทำตามได้แบบไม่สับสนด้วย ขั้นตอนที่ 1 คือขั้นตอนการวางแผน ขั้นตอนการวางแผนเป็นขั้นที่จะช่วยให้เรากำหนดทิศทาง การเดินทางการเที่ยวของเราได้เป็นอย่างดี และเป็นขั้นตอนที่เราควรให้เวลามากที่สุด เพราะนอกจากจะสามารถกำหนดทิศทางการท่องเที่ยวแล้ว ยังเป็นขั้นตอนที่กำหนดงบประมาณทั้งหมดของทริป ที่จะช่วยให้เราประหยัด หรือหาวิธีเดินทางที่คุ้มค่าที่สุดได้อีกด้วย เราไปเริ่มวางแผนพร้อมๆ กันเลยนะคะ สิ่งที่ควรคิดถึงในขั้นตอนนี้ก็คือ เที่ยวญี่ปุ่นช่วงไหน  ประเทศญี่ปุ่นเป็นประเทศที่สามารถเที่ยวได้ในทุกฤดูกาล และทุกฤดูกาลก็มักมีที่ท่องเที่ยว ที่มีเสน่ห์แตกต่างกันไป การกำหนดช่วงเวลาที่เราจะเดินทางไปเที่ยว จึงมีผลสำคัญต่อการวางแผนเที่ยวในขั้นตอนต่อๆ ไปอย่างมากค่ะ ประเทศญี่ปุ่นมีทั้งหมด 4 ฤดูกาล สำหรับใครที่อยากไปสัมผัสหิมะที่หนาวเย็น ก็ควรเดินทางในช่วงฤดูหนาวเดือน ธันวาคม &#8211; กุมภาพันธ์ สำหรับใครที่ต้องการดูดอกซากุระบาน อากาศเย็นสบายก็ควรเดินทางในช่วงฤดูใบไม้ผลิเดือน มีนาคม &#8211; [&#8230;]]]></description>
								<content:encoded><![CDATA[<p>ประเทศท่องเที่ยวในฝันของใครหลายๆ คนก็คือ ประเทศญี่ปุ่นใช่ไหมคะ เพราะญี่ปุ่นเป็นประเทศที่สามารถเที่ยวได้ทุกฤดู แต่ละฤดูก็มีเสน่ห์ที่ต่างกันไป ทำให้มือใหม่ที่กำลังว่างแผนหลายคนเกิดความลังเล กังวล สับสน วางแผนไม่ถูก ว่า <span style="color: #fe2ef7;">การเตรียมตัวไปญี่ปุ่นด้วยตัวเอง </span>ต้องทำอย่างไร วันนี้ Vacation On จะมาไขข้อข้องใจให้กับทุกคนค่ะ</p>
<p>เตรียมตัวไปญี่ปุ่นด้วยตัวเองนั้น Vacation On จะขอแบ่งออกเป็น 4 ขั้นตอนเพื่อความเข้าใจง่ายสำหรับทุกคนนะคะ และเพื่อที่ทุกคนจะสามารถนำไปทำตามได้แบบไม่สับสนด้วย</p>
<h2>ขั้นตอนที่ 1 คือขั้นตอนการวางแผน</h2>
<p>ขั้นตอนการวางแผนเป็นขั้นที่จะช่วยให้เรากำหนดทิศทาง การเดินทางการเที่ยวของเราได้เป็นอย่างดี และเป็นขั้นตอนที่เราควรให้เวลามากที่สุด เพราะนอกจากจะสามารถกำหนดทิศทางการท่องเที่ยวแล้ว ยังเป็นขั้นตอนที่กำหนดงบประมาณทั้งหมดของทริป ที่จะช่วยให้เราประหยัด หรือหาวิธีเดินทางที่คุ้มค่าที่สุดได้อีกด้วย เราไปเริ่มวางแผนพร้อมๆ กันเลยนะคะ สิ่งที่ควรคิดถึงในขั้นตอนนี้ก็คือ</p>
<h3>เที่ยวญี่ปุ่นช่วงไหน </h3>
<p>ประเทศญี่ปุ่นเป็นประเทศที่สามารถเที่ยวได้ในทุกฤดูกาล และทุกฤดูกาลก็มักมีที่ท่องเที่ยว ที่มีเสน่ห์แตกต่างกันไป การกำหนดช่วงเวลาที่เราจะเดินทางไปเที่ยว จึงมีผลสำคัญต่อการวางแผนเที่ยวในขั้นตอนต่อๆ ไปอย่างมากค่ะ ประเทศญี่ปุ่นมีทั้งหมด 4 ฤดูกาล สำหรับใครที่อยากไป<span style="color: #01a9db;">สัมผัสหิมะที่หนาวเย็น ก็ควรเดินทางในช่วงฤดูหนาวเดือน ธันวาคม &#8211; กุมภาพันธ์</span> สำหรับใครที่ต้องการ<span style="color: #fe2ef7;">ดูดอกซากุระบาน อากาศเย็นสบายก็ควรเดินทางในช่วงฤดูใบไม้ผลิเดือน มีนาคม &#8211; เมษายน</span> แต่ถ้าเป็นช่วงที่ส่วนใหญ่<span style="color: #339933;">ตั๋วจะราคาถูกเพราะเป็นช่วงโลว์ซีซั่นของประเทศญี่ปุ่น ก็ควรเดินทางในช่วงฤดูร้อนเดือน พฤษภาคม &#8211; สิงหาคม</span> แต่ถึงแม้ว่าจะเป็นช่วงโลว์ซีซั่นแต่ก็มีที่ท่องเที่ยวน่าสนใจ และมีเสน่ห์ไม่แพ้ฤดูไหนเลยนะคะ และสุดท้ายสำหรับใครที่ต้องการ<span style="color: #fe642e;">ชมใบไม้เปลี่ยนสีสวยๆ อากาศเริ่มเย็นสบาย ถ่ายรูปออกมาสวยสุดๆ ก็ควรเดินทางในช่วงฤดูใบไม้ร่วงเดือน กันยายน &#8211; พฤศจิกายน</span> ลองเลือกช่วงเวลาที่เราอยากไปมากที่สุดดูนะคะ</p>
<figure id="attachment_501" aria-describedby="caption-attachment-501" style="width: 1024px" class="wp-caption aligncenter"><img class="wp-image-501 size-full" src="https://www.vacationongo.com/images/2019/12/vacationon20191212381194683632.jpg" alt="เที่ยวญี่ปุ่นหน้าร้อน" width="1024" height="576" srcset="https://www.vacationongo.com/images/2019/12/vacationon20191212381194683632.jpg 1024w, https://www.vacationongo.com/images/2019/12/vacationon20191212381194683632-450x253.jpg 450w, https://www.vacationongo.com/images/2019/12/vacationon20191212381194683632-768x432.jpg 768w, https://www.vacationongo.com/images/2019/12/vacationon20191212381194683632-600x338.jpg 600w, https://www.vacationongo.com/images/2019/12/vacationon20191212381194683632-730x411.jpg 730w, https://www.vacationongo.com/images/2019/12/vacationon20191212381194683632-400x225.jpg 400w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /><figcaption id="caption-attachment-501" class="wp-caption-text">เที่ยวญี่ปุ่นหน้าร้อน</figcaption></figure>
<h3>เที่ยวแบบไหน</h3>
<p>หลังจากที่เราวางแผนขั้นตอนแรกได้แล้วว่าเราจะไปเที่ยวญี่ปุ่นช่วงไหน ต่อมาคือการถามกับตัวเองให้ได้ว่า เราจะไปเที่ยวแบบไหน เอาตามความชอบส่วนตัวของเราเป็นหลักเลยนะคะ ให้ถามตัวเองว่าเที่ยวแบบไหนเรามีความสุขที่สุด ไม่ควรอ้างอิงจากการวางแผนทริปของคนอื่นมากเกินไป เพราะการเที่ยวแต่ละคนไม่เหมือนกัน บางคนทำทริปออกมาได้ถูกมากๆ แต่การเที่ยว กิน อยู่ไม่ใช่สไตล์เดียวกับเรา ถ้าเราลอกไปทั้งหมดไปเที่ยวจริงก็อาจไม่สนุกอย่างที่คิดก็ได้ </p>
<h3>ไปทั้งหมดกี่วัน</h3>
<p>ไปเที่ยวประเทศญี่ปุ่นครั้งนี้เราต้องการไปเที่ยวกี่วัน ควรกำหนดจำนวนวันออกมาให้แน่นอน โดยไม่รวมวันที่เดินทางไปถึงและวันเดินทางกลับ เพราะวันเดินทางไปถึงและวันเดินทางกลับควรเผื่อไว้สำหรับข้อผิดพลาดที่อาจเกิดขึ้นกับเราได้ ไม่ว่าจะเป็นเครื่องล่าช้ากว่ากำหนด เที่ยวยังไม่ครบ ก็สามารถที่จะเอาสองวันนั้นไว้ซ่อมได้ค่ะ</p>
<h3>เดินทางกี่คน</h3>
<p>การวางแผนจำนวนผู้ร่วมทริปกับเรา ก็เป็นเรื่องสำคัญที่กำหนดรูปแบบการเตรียมตัวเที่ยวญี่ปุ่น ของเราเหมือนกันนะคะ เพราะฉะนั้นเราควรที่จะรู้จำนวนสมาชิกทั้งหมดของทริป ว่ามีกี่คน มีใครบ้าง มีคนสูงอายุ หรือเด็กร่วมเดินทางด้วยไหม เพื่อการวางแผนเที่ยวญี่ปุ่นที่ออกมาถูกใจสมาชิกในทริปมากที่สุด</p>
<h3>เที่ยวที่ไหนบ้าง</h3>
<p>ต่อมาเป็นขั้นตอนของการกำหนดที่เที่ยวที่เราอยากไปค่ะ ขั้นตอนนี้ค่อนข้างเกี่ยวพันกับหลายๆ ข้อด้านบนนะคะ ถ้าเราได้รับมอบหมายให้เป็นคนวางแผนทริป เราควรต้องรู้ว่าสมาชิกในทริปอยากไปเที่ยวที่ไหนบ้าง ตัวเราเองอยากไปเที่ยวที่ไหนบ้าง พอได้สถานที่ทั้งหมดมาแล้ว ก็ลองหาข้อมูลคร่าวๆว่า ที่เที่ยวที่ไหนเที่ยวในวันเดียวกันได้ ที่เที่ยวไหนต้องเดินทางไกล ให้เราลองจัดไว้เป็นกลุ่มค่ะ จะช่วยให้เราวางแผนทริปได้ง่ายขึ้น <span style="color: #bf00ff;">ทริคเล็กๆ ที่ Vacation On อยากแนะนำคือ ถ้าเรามีเวลาไม่เยอะในการเที่ยวญี่ปุ่น ไม่ควรเลือกที่เที่ยวที่ต้องใช้เวลาเดินทางนานค่ะ เพราะจะทำให้เราเสียเวลาไปกับการเดินทางมากเกินไป ควรเลือกเมืองที่มีที่เที่ยวเด่นๆ ใกล้ๆ กัน </span>อย่าลืมที่จะดูเวลาเปิดปิดของสถานที่ท่องเที่ยวแต่ละที่ที่เราจะไปด้วยนะคะ</p>
<h3>พักที่พักแบบไหน</h3>
<p>ที่พักในปัจจุบันมีให้เราเลือกหลากหลายทั้งรูปแบบ และระดับราคา ให้เราเลือกได้ตามสไตล์การเที่ยวของเรา บางคนเดินทางคนเดียวชอบความคล่องตัว เน้นความประหยัดประเทศญี่ปุ่นก็มีโฮสเทลดีๆ สวยๆ ให้เราเลือกมากมาย แต่ถ้าใครชอบความเป็นส่วนตัว ความสะดวกสบายที่เพิ่มขึ้น ก็มีโรงแรมให้เลือกหลากหลายราคาเลยค่ะ ขึ้นอยู่กับความชอบ และงบประมาณที่เราวางแผนไว้ได้เลย</p>
<h3>เดินทางด้วยอะไร</h3>
<p>การเดินทางในประเทศญี่ปุ่นมีความสะดวกสบายมาก มีรถไฟฟ้าที่ตรงเวลา และครอบคลุมทุกพื้นที่ นอกจากนั้นยังมีรถบัสสาธารณะ แท็กซี่ ไว้คอยบริการตลอดเวลา หรือบางคนอยากจะขับรถเที่ยวเองก็มีบริษัทเช่ารถไว้คอยบริการเราอีกด้วย แต่ถ้าใครเลือกวิธีขับรถเที่ยวเองควรคำนึงถึงความปลอดภัยเป็นหลักนะคะ ควรมีใบขับขี่สากล และมีประสบการณ์ในการขับรถมากพอ</p>
<h3>ใช้งบประมาณทั้งหมดเท่าไหร่</h3>
<p>การกำหนดงบประมาณในขั้นตอนการวางแผนเตรียมตัวเที่ยวญี่ปุ่นนั้น เป็นการกำหนดงบแบบก้อนกลมๆ คร่าวๆ นะคะว่าเที่ยวญี่ปุ่นครั้งนี้เราจะใช้เงินทั้งหมดเท่าไหร่ ถ้ามีสมาชิกไปด้วยก็ให้กำหนดเป็นต่อคนด้วยนะคะ เพื่อที่เราจะได้เลือกสิ่งต่างได้โดยที่งบไม่ปานปลาย</p>
<h2>ขั้นตอนที่ 2 คือขั้นตอนการเตรียมตัว</h2>
<p>ขั้นตอนการเตรียมตัวเป็นขั้นตอนที่เราจะทำให้ขั้นตอนการวางแผนเป็นรูปร่าง ชัดเจนมากขึ้นไป โดยการลงไปที่รายละเอียดของการเตรียมตัวเที่ยวญี่ปุ่นแต่ละขั้นตอนกันค่ะ</p>
<h3>เตรียมเอกสาร </h3>
<ul>
<li><strong>พาสปอร์ต</strong> สำหรับใครที่ยังไม่มีพาสปอร์ตก็ไปเตรียมทำพสปอร์ตไว้ก่อนการเดินทางสักเดือนนะคะ เพื่อป้องกันข้อผิดพลาด</li>
<li><strong>เอกสารรับรองการทำงาน </strong>สำหรับเอกสารรับรองการทำงานสำหรับพนักงานออฟฟิศก็สามารถขอล่วงหน้าไว้ได้เลยนะคะ โดยปกติใช้เวลาไม่เกิน 3 วันทำการไม่นับรวมวันที่ขอ และวันหยุดเสาร์อาทิตย์ สำหรับนักศึกษาก็สามารถขอเอกสารรับรองการเป็นนักศึกษาติดตัวไปด้วยได้นะคะ </li>
</ul>
<h3>จองตั๋วเครื่องบิน</h3>
<p>จองตั๋วเครื่องบินสำหรับในปัจจุบันเป็นเรื่องง่ายมาก โดยที่มีเว็ปไซต์หลายๆ เว็ปที่เป็นตัวแทนในการจองตั๋วเครื่องบินมีให้บริการ แถมในปัจจุบันนี้ราคาตั๋วเครื่องบินไปญี่ปุ่นยังราคาไม่แพงอีกด้วย <span style="color: #ffbf00;"><em>ระยะเวลาที่ควรจองตั๋วเครื่องบินล่วงหน้าคือ 15 &#8211; 20 สัปดาห์ค่ะ สำหรับใครที่วางแผนกระชั้นชิดจริงๆ จองล่วงหน้าประมาณ 1 เดือนก็ยังมีสิทธิ์ได้ตั๋วราคาไม่แพงมากยู่นะคะ</em></span> และช่วงที่ควรหลีกเลี่ยงคือช่วงวันหยุดยาว หรือตรงกับเทศกาล เช่น วันปีใหม่ วันสงกรานต์</p>
<h3>จองที่พัก</h3>
<p>การจองที่พักก็มีหลายเว็ปไซต์ หรือ แอพริเคชั่น ในการช่วยเราเปรียบเทียบราคาให้คุ้มค่าที่สุด นอกจากจะเปรียบเทียบราคาแล้ว ยังสามารถจองยกเลิกหากเราไม่ได้เดินทาง หรือเปลี่ยนที่พัก ก่อนวันเข้าพักได้อีกด้วยโดยไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียม แต่ต้องเป็นการยกเลิกล่วงหน้าตามเวลาที่แอพริเคชั่นกำหนดนะคะ</p>
<h3>วางแผนเรื่องค่าใช้จ่ายที่อยู่ที่ญี่ปุ่น</h3>
<p>การวางแผนค่าใช้จ่ายที่อยู่ในญี่ปุ่น แนะนำว่าให้ระบุออกมาเป็นต่อคน ต่อวัน เลยนะคะ จะได้รู้เราต้องใช้เงินเท่าไหร่แน่ๆ และค่าใช้จ่ายที่เราต้องเตรียมในการเที่ยวญี่ปุ่น ที่นอกเหนือไปจากค่าตั๋วเครื่องบิน และค่าที่พักคือ</p>
<ul>
<li><strong>ค่าอาหาร เครื่องดื่ม ขนม</strong></li>
<li><strong>ค่าเดินทาง</strong></li>
<li><strong>ค่าช็อปปิ้ง หรือซื้อของฝาก</strong></li>
<li><strong>ค่าใช้จ่ายอื่นๆ</strong></li>
</ul>
<figure id="attachment_500" aria-describedby="caption-attachment-500" style="width: 1024px" class="wp-caption aligncenter"><img class="wp-image-500 size-full" src="https://www.vacationongo.com/images/2019/12/vacationon20191212331175695204.jpg" alt="ค่าใช้จ่ายในญี่ปุ่น" width="1024" height="576" srcset="https://www.vacationongo.com/images/2019/12/vacationon20191212331175695204.jpg 1024w, https://www.vacationongo.com/images/2019/12/vacationon20191212331175695204-450x253.jpg 450w, https://www.vacationongo.com/images/2019/12/vacationon20191212331175695204-768x432.jpg 768w, https://www.vacationongo.com/images/2019/12/vacationon20191212331175695204-600x338.jpg 600w, https://www.vacationongo.com/images/2019/12/vacationon20191212331175695204-730x411.jpg 730w, https://www.vacationongo.com/images/2019/12/vacationon20191212331175695204-400x225.jpg 400w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /><figcaption id="caption-attachment-500" class="wp-caption-text">ค่าใช้จ่ายในญี่ปุ่น</figcaption></figure>
<h3>วางแผนการเดินทาง</h3>
<p>การเดินทางในประเทศญี่ปุ่นเป็นเรื่องที่สะดวกมาก มีรถไฟฟ้าไปถึงเกือบทุกสถานที่ท่องเที่ยว เพราะฉะนั้นการวางแผนการเดินทางให้เรากำหนด สถานที่ท่องเที่ยว สายรถไฟฟ้า ระยะเวลาที่เราใช้จากที่หนึ่งไปยังที่ท่องเที่ยวอีกที่ได้เลยค่ะ ยกตัวอย่าง เดินทางจากโรงแรม A ไปที่ท่องเที่ยว B ใช้รถไฟฟ้าสายสีเขียว เวลา 00.00 ออกทางออก 6 เดินทาง 10 นาที ค่าโดยสาร XXX เยน เป็นต้นค่ะ </p>
<h3>แลกเงิน</h3>
<p>ขั้นตอนการแลกเงินนี้ให้เราขยันดูค่าเงินนิดนึงนะคะ เพื่อที่เราจะได้เรตที่ดีที่สุด เพราะการแลกล่วงหน้าจะทำให้เรามีเวลาเปรียบเทียบเรตราคาของที่แลกเงินแต่ละที่ ถ้าใครจะไปแลกที่สนามบินก็สามารถทำได้ แต่เรตราคาที่สนามบินจะแพงกว่าข้างนอกค่ะ</p>
<h2>ขั้นตอนที่ 3 คือขั้นตอนก่อนบิน</h2>
<h3>จัดกระเป๋าเดินทาง</h3>
<p>การจัดกระเป๋าเดินทางไปเที่ยวญี่ปุ่น ก็ให้ยึดเอาฤดูกาลช่วงที่เราไปเที่ยวนะคะ ถ้าเราไปหน้าหนาวก็ควรจัดเสื้อผ้าที่ให้ความอบอุ่นได้ดี หรือถ้าไปหน้าร้อนก็ควรเลือกเสื้อผ้าที่สามารถระบายความร้อนได้ดี สิ่งที่ควรติดกระเป๋าไปด้วยคือ ร่มค่ะ สำหรับใครที่มีข้อสงสัย หรือไม่รู้จะจัดกระเป๋าเดินทางยังไงสามารถไปอ่านวิธี <a title="จัดกระเป๋าเดินทาง ประหยัดพื้นที่" href="https://www.vacationongo.com/491/" target="_blank" rel="noopener noreferrer">จัดกระเป๋าเดินทาง</a> แบบละเอียดได้นะคะ</p>
<h3>โหลดแอพที่จำเป็น</h3>
<p>แอพริเคชั่นสำหรับเที่ยวญี่ปุ่นที่ Vacation On ใช้เป็นประจำคือ</p>
<ol>
<li>Google Map</li>
<li>NAVITIME Japan</li>
<li>Google Translate</li>
</ol>
<h2>ขั้นตอนที่ 4 คือวันเดินทาง</h2>
<h3>ตรวจสอบเอกสารที่จำเป็นก่อนออกจากบ้าน</h3>
<p>ก่อนออกจากบ้านควรที่จะมีการตรวจสอบเอกสาร ที่จำเป็นสำหรับการเดินทางอีกรอบนะคะ เพื่อป้องกันการลืมเอกสาร และไม่ต้องเสียเวลาขับรถไปมา เอกสารสำคัญที่ใช้ในการเดินทางควรจัดไว้ให้อยู่ด้วยกัน อาจใส่ไว้ในแฟ้ม หรือกระเป๋าเอกสารใบเล็กเพื่อความง่ายต่อการตรวจเช็ค หรือการหยิบใช้ เอกสารที่ควรนำติดตัวไปด้วยคือ</p>
<ul>
<li>พาสปอร์ต</li>
<li>เอกสารจองตั๋วเครื่องบินขากลับ</li>
<li>เอกสารการจองโรงแรม</li>
<li>เอกสารรับรองการเป็นนักเรียน หรือการเป็นพนักงาน (ภาษาอังกฤษ)</li>
<li>แพลนเที่ยว (ภาษาอังกฤษ)</li>
</ul>
<p>เอกสารเบื้อต้นเหล่านี้ควรถ่ายรูปสำรองไว้ในโทรศัพท์ของเราด้วยนะคะ เพราะถ้าเกิดเหตุฉุกเฉินเอกสารหาย เราจะได้มีข้อมูลสำรองไว้ใช้</p>
<h3>เช็คอินออนไลน์</h3>
<p>ข้อนี้เป็นตัวเลือกเสริมเข้ามานะคะ สำหรับใครที่สะดวกเช็คอินสายการบินออนไลน์ ก็สามารถทำได้ตั้งแต่ 48 &#8211; 2 ชั่วโมงก่อนเวลาเดินทาง (ขึ้นอยู่กับแต่ละสายการบินเป็นผู้กำหนด) เลยนะคะ แต่สำหรับใครที่ไม่สะดวกทำเป็นออนไลน์ก็สามารถเดินทางมาเช็คอินที่สนามบินได้ เอกสารที่ใช้เช็คอินคือ พาสปอร์ต</p>
<h3>เดินทางไปสนามบิน</h3>
<p>ถึงวันบินจริงๆ แล้วค่ะ ขั้นตอนปฏิบัติตัวคร่าวๆ ในการบินไปต่างประเทศมีดังนี้ค่ะ</p>
<ul>
<li>ไปถึงสนามบินก่อนเวลา 2 &#8211; 3 ขั่วโมง</li>
<li>เช็คอินโหลดกระเป๋าเดินทาง</li>
<li>ผ่านตม. ไปรอขึ้นเครื่องตามประตูที่กำหนดในตั๋วเครื่องบิน</li>
<li>รอประกาศเรียกขึ้นเครื่อง</li>
<li>กรอกใบเข้าเมือง</li>
<li>ผ่านด่านตม.และด่านศุลกากรญี่ปุ่น</li>
<li>รับกระเป๋า</li>
</ul>
<p>นอกจากขั้นตอนทั้งหมดที่พูดไปในตอนต้น ก็อยากให้ทุกคนหาข้อมูลพื้นฐานเพิ่มเติม อย่างเช่น ปลั๊กไฟ การให้ทริป หรือมารยาทพื้นฐานในการเที่ยวญี่ปุ่นด้วยนะคะ เราจะได้เป็นนักท่องเที่ยวที่ดี ไปที่ไหนก็มีคนต้อนรับ และขั้นตอนการเตรียมตัวไปเที่ยวญี่ปุ่นทั้งหมด เป็นประสบการณ์ที่ vacation On นำมาให้ทุกคนได้นำไปปรับใช้ให้เข้ากับตัวเองมากที่สุด สำหรับใครที่กำลังเตรียมตัวไปเที่ยวญี่ปุ่นอยู่ ก็ขอให้วางแผนให้ดี จะได้เป็นทริปท่องเที่ยวที่น่าจดจำ และเที่ยวให้สนุกนะคะ</p>
]]></content:encoded>
										</item>
		<item>
		<title>จัดกระเป๋าเดินทาง ประหยัดพื้นที่ขึ้นเทพ ใช้ได้จริง ใบเดียวจบ มีของใช้ครบ</title>
		<link>https://www.vacationongo.com/491/</link>
				<pubDate>Wed, 11 Dec 2019 13:56:51 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[Khingyea]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[ทิปท่องเที่ยว]]></category>

		<guid isPermaLink="false">https://www.vacationongo.com/?p=491</guid>
				<description><![CDATA[เทศกาลท่องเที่ยวใกล้เข้ามาแล้วนะคะ หลายๆ คนก็คงกำลังเตรียมตัว จัดกระเป๋าเดินทาง สำหรับทริปท่องเที่ยวของทุกคน ไม่ว่าจะเดินทางไปเที่ยวต่างประเทศ หรือในประเทศไทยเอง การจัดกระเป๋าเดินทางก็ยังเป็นเรื่องที่ทำให้ทุกคนปวดหัวเสมอ ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้า กระเป๋า รองเท้า ยิ่งเป็นสาวๆ ด้วยแล้วต้องมีของใช้เยอะแยะไปหมด ทำให้หลายคนเกิดคำถามว่าจะมีวิธีไหนที่เราจะจัดกระเป๋าเดินทางให้ได้ของครบ วันนี้ Vacation On จะมาไขข้อข้องใจให้กับทุกคนค่ะ วางแผนเรื่องจำนวนชุดให้เรียบร้อย เริ่มกันที่ขั้นตอนแรกของการจัดกระเป๋าเดินทาง คือ ขั้นตอนของการวางแผนชุดที่เราจะใส่ในระหว่างที่เราเดินทาง ยิ่งเป็นผู้หญิงด้วยแล้วนอกจากความสะอาด และความสบายของเสื้อผ้าที่ต้องให้ความสำคัญ ความสวยงามเข้ากันของชุดก็เป็นเรื่องที่มองข้ามไม่ได้เลยนะคะ เพราะฉะนั้นการวางแผนเรื่องชุดจึงมีสิ่งที่ต้องคิดถึงดังนี้ค่ะ ตรวจสอบสภาพอากาศจุดหมายปลายทาง สภาพอากาศเป็นสิ่งที่จะกำหนดเสื้อผ้าที่เราจะเตรียมไปสำหรับทริปท่องเที่ยวของเรา เราควรตรวจสอบให้แน่ใจว่าประเทศ หรือจุดหมายปลายทางที่เราจะไป ในช่วงเวลาที่เราเดินทางมีอากาศเป็นอย่างไร อุณหภูมิประมาณเท่าไหร่ เพราะคงไม่มีใครอยากไปเผชิญอากาศหนาวเย็นกับเสื้อผ้าที่บางเฉียบ คือเดินในดินแดนร้อนระอุกับเสื้อผ้าหนาชุ่มเหงือใช่ไหมคะ เพราะนอกจากจะไม่สวยแล้ว ยังเป็นการเอาเสื้อผ้าไปเกินจำเป็นอีกด้วย จำนวนวันที่เดินทาง จำนวนวันที่เราเดินทางก็เป็นอีกหนึ่งเรื่องสำคัญ ที่เราต้องรู้ก่อนการจัดเตรียมเสื้อผ้าเช่นกันนะคะ เพื่อที่เราจะได้สามารถเตรียมได้ว่าเอาเสื้อผ้าไปกี่ชุด เสื้อกี่ตัว กางเกงกี่ตัว ทริคเล็กๆ สำหรับช่วยให้เราสามารถประหยัดพื้นที่กระเป๋าได้ คือ กางเกงยีนส์ ข้อดีคือ ใส่ซ้ำได้ เข้าง่ายกับหลายๆ ชุดใส่กับอะไรก้ดูดีได้ไม่อยาก หรือถ้าใครไม่อยากใส่ซ้ำก็แนะนำเป็นกางเกงที่มีลักษณะผ้าบางหน่อย จะสามารถลดขนาดพื้นที่ และน้ำหนักกระเป๋าได้ด้วยค่ะ และสำหรับทริปยาวๆ ที่เดินทางเกินครึ่งเดือนขึ้นไป [&#8230;]]]></description>
								<content:encoded><![CDATA[<p>เทศกาลท่องเที่ยวใกล้เข้ามาแล้วนะคะ หลายๆ คนก็คงกำลังเตรียมตัว <span style="color: #bf00ff;"><strong>จัดกระเป๋าเดินทาง</strong></span> สำหรับทริปท่องเที่ยวของทุกคน ไม่ว่าจะเดินทางไปเที่ยวต่างประเทศ หรือในประเทศไทยเอง การจัดกระเป๋าเดินทางก็ยังเป็นเรื่องที่ทำให้ทุกคนปวดหัวเสมอ ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้า กระเป๋า รองเท้า ยิ่งเป็นสาวๆ ด้วยแล้วต้องมีของใช้เยอะแยะไปหมด ทำให้หลายคนเกิดคำถามว่าจะมีวิธีไหนที่เราจะจัดกระเป๋าเดินทางให้ได้ของครบ วันนี้ Vacation On จะมาไขข้อข้องใจให้กับทุกคนค่ะ</p>
<h2>วางแผนเรื่องจำนวนชุดให้เรียบร้อย</h2>
<p>เริ่มกันที่ขั้นตอนแรกของการจัดกระเป๋าเดินทาง คือ ขั้นตอนของการวางแผนชุดที่เราจะใส่ในระหว่างที่เราเดินทาง ยิ่งเป็นผู้หญิงด้วยแล้วนอกจากความสะอาด และความสบายของเสื้อผ้าที่ต้องให้ความสำคัญ ความสวยงามเข้ากันของชุดก็เป็นเรื่องที่มองข้ามไม่ได้เลยนะคะ เพราะฉะนั้นการวางแผนเรื่องชุดจึงมีสิ่งที่ต้องคิดถึงดังนี้ค่ะ</p>
<h3>ตรวจสอบสภาพอากาศจุดหมายปลายทาง</h3>
<p>สภาพอากาศเป็นสิ่งที่จะกำหนดเสื้อผ้าที่เราจะเตรียมไปสำหรับทริปท่องเที่ยวของเรา เราควรตรวจสอบให้แน่ใจว่าประเทศ หรือจุดหมายปลายทางที่เราจะไป ในช่วงเวลาที่เราเดินทางมีอากาศเป็นอย่างไร อุณหภูมิประมาณเท่าไหร่ เพราะคงไม่มีใครอยากไปเผชิญอากาศหนาวเย็นกับเสื้อผ้าที่บางเฉียบ คือเดินในดินแดนร้อนระอุกับเสื้อผ้าหนาชุ่มเหงือใช่ไหมคะ เพราะนอกจากจะไม่สวยแล้ว ยังเป็นการเอาเสื้อผ้าไปเกินจำเป็นอีกด้วย</p>
<h3>จำนวนวันที่เดินทาง</h3>
<p>จำนวนวันที่เราเดินทางก็เป็นอีกหนึ่งเรื่องสำคัญ ที่เราต้องรู้ก่อนการจัดเตรียมเสื้อผ้าเช่นกันนะคะ เพื่อที่เราจะได้สามารถเตรียมได้ว่าเอาเสื้อผ้าไปกี่ชุด เสื้อกี่ตัว กางเกงกี่ตัว ทริคเล็กๆ สำหรับช่วยให้เราสามารถประหยัดพื้นที่กระเป๋าได้ คือ กางเกงยีนส์ ข้อดีคือ ใส่ซ้ำได้ เข้าง่ายกับหลายๆ ชุดใส่กับอะไรก้ดูดีได้ไม่อยาก หรือถ้าใครไม่อยากใส่ซ้ำก็แนะนำเป็นกางเกงที่มีลักษณะผ้าบางหน่อย จะสามารถลดขนาดพื้นที่ และน้ำหนักกระเป๋าได้ด้วยค่ะ และสำหรับทริปยาวๆ ที่เดินทางเกินครึ่งเดือนขึ้นไป ก็แนะนำว่าควรหาที่พักที่สามารถซักผ้าได้ จะช่วยให้เราไม่ต้องขนเสื้อผ้าไปเยอะได้ค่ะ</p>
<h3>จับคู่ชุดก่อนเลือก</h3>
<p>ข้อนี้เป็น<span style="color: #fe642e;">เทคนิคที่ทาง Vacation On ใช้ทุกครั้งเวลาที่จะจัดกระเป๋าเดินทางค่ะ</span> ช่วยให้เราสามารถเลือกชุดที่ใส่ด้วยกันแล้วออกมาดูดีได้ง่ายขึ้น และประหยัดเวลาแต่งตัวได้เยอะเวลาที่เราไปถึงที่เที่ยวแล้ว นอกจากนั้นยังเป็นการช่วยให้เราประหยัดพื้นที่กระเป๋าโดยไม่ต้องขนของที่ไม่ได้ใช้ไปด้วย ให้ทุกคนลองเลือกเสื้อผ้าที่เตรียมไว้ทั้งหมดแล้วค่อยๆ ลองทีละชุดอะไรใช้ด้วยกันได้ อะไรใส่กับอะไรแล้วดูดี แล้วทุกคนจะประหลาดใจมากๆ เลยค่ะว่าชุดที่เราต้องเอาไปอาจไม่เยอะเท่าที่เราคิดก็ได้</p>
<h2>ทำเช็คลิสต์ของที่จะนำติดตัวไปด้วย</h2>
<p>หลังจากที่เราวางแผนเรื่องชุดเรียบร้อย ก็มาถึงขั้นตอนทีสำคัญมากๆ อีกขั้นตอนคือ<span style="color: #fe642e;"> ขั้นตอนของการทำเช็คลิสต์ของที่เราจะเอาไปด้วย เป็นขั้นตอนที่จะทำให้การจัดกระเป๋าของง่ายขึ้น 50% และยังทำให้เราไม่ลืมของจำเป็นที่สำคัญ</span> ที่เราต้องการเอาไปด้วย ขั้นตอนการทำเช็คลิสต์ ตามเทคนิคของ Vacation ON เองจะเริ่มจาก</p>
<ol>
<li><strong>เอกสารสำคัญที่จำเป็นสำหรับการเดินทาง</strong> เอกสารสำคัญต่างๆ ให้แยกใส่ในซองใสขนาดกลางๆไว้ต่างหากเลยนะคะ เช่น พาสปอร์ต ตั๋วเครื่องบินขากลับ เอกสารการจองโรงแรม เอกสารแสดงตัวตนของเรา และแพลนเที่ยวที่เราวางแผนไว้ เอกสารพวกนี้ถือเป็นเอกสารสำคัญที่เราไม่ควรปล่อยให้กระจัดจาย เพราะเมื่อเจ้าหน้าขอดูเราจะได้ค้นหาได้ง่าย</li>
<li><strong>เสื้อผ้า กระเป๋า รองเท้า และเครื่องประดับที่ต้องการ</strong> ในเช็คลิสต์เราควรเขียนแยกให้ละเอียดเลยนะคะ ว่าเราจะเอาเสื้อไปกี่ตัว กางเกงเอาไปกี่ตัว รองเท้ากี่คู่ มีหมวก หรือผ้าพันคอไหม ให้เขียนออกมาเป็นข้อๆ เพื่อความง่ายต่อการวางแผน และตรวจสอบจำนวนนะคะ</li>
<li><strong>ของใช้ส่วนตัว</strong> ของใช้ส่วนตัวในเช็คลิสต์ก็ควรเขียนออกมาเป็นข้อๆ เช่นเดียวกับหมวดหมู่ของเสื้อผ้านะคะ เช่น เครื่องสำอางค์ ครีม ยาสระผม ยาสีฟัน เป็นต้น เวลาที่เราเตรียมของจะได้ไม่ตกหล่น ถึงแม้ว่าอุปกรณ์เหล่านี้จะสามารถหาซื้อง่ายตามประเทศที่เราไป แต่ถ้าเราเตรียมไว้ให้ครบเราก็จะไม่เสียเงินในส่วนนี้เพิ่มนะคะ</li>
<li><strong>ยาประจำตัว หรือยาสามัญ</strong> เป็นลิสต์ที่แนะนำว่าทุกคนควรมีติดกระเป๋าไว้ดีที่สุดค่ะ เพราะเราถ้าเกิดการบาดเจ็บ หรืออาการเจ็บป่วยเล็กน้อย เราจะได้กินยาเองเบื้อต้นได้ และยังเป็นยาที่เราคุ้นเคย อ่านข้อบ่งใช้ออก ไม่งั้นเราต้องไปซื้อที่ต่างประเทศซึ่งอาจเกิดความผิดพลาดได้จากการสื่อสารที่ไม่ตรงกัน</li>
<li><strong>อุปกรณ์ไฟฟ้า</strong> อุปกรณ์ไฟฟ้าและอุปกรณ์ไอที Vacation ON รวมไว้ในลิสเดียวกันเลยนะคะ ไม่ว่าจะเป็นที่ชาร์ทแบตโทรศัพท์ โน๊ตบุ๊ค ไดร์เป่าผม ที่รีดผม แต่สำหรับสายถ่ายรูปที่มีอุปกรณ์เกี่ยวกับการถ่ายรูปเยอะ ก็สามารถทำสิลต์แยกต่างหากเพิ่มได้อีกค่ะ</li>
<li><strong>อื่นๆ</strong> คืออุปกรณ์ที่เราจะพกไปด้วย แต่ไม่จัดอยู่ในหมวดหมู่หลักๆ ด้านบน เช่น หวี อุปกรณ์แต่งผม เป็นต้นค่ะ</li>
</ol>
<figure style="width: 1249px" class="wp-caption aligncenter"><img src="https://vacationongo.com/images/2019/12/1576072611.jpg" alt="ตัวอย่างลิสต์จัดกระเป๋า" width="1249" height="1766" /><figcaption class="wp-caption-text">ตัวอย่างลิสต์จัดกระเป๋า</figcaption></figure>
<h2>วิธีจัดเก็บชุด</h2>
<p>ขั้นตอนต่อมาหลังจากที่เราได้ชุด และของจำเป็นที่เราต้องใช้แล้ว ก็มาถึงกระบวนการจัดเก็บลงกระเป๋าเดินทางของเรากันค่ะ วิธีส่วนใหญ่ที่หลายคนใช้คงเป็นการพับทั่วๆ ไปใช่ไหมคะ แต่วิธีเหล่านี้จะช่วยให้ทุกคนประหยัดพื้นที่ในกระเป๋าได้มากขึ้น และมีพื้นที่เหลือสำหรับของฝากและของช็อปปิ้งแน่นอน</p>
<ol>
<li><strong>ใช้การม้วน</strong> การม้วนชุดแทนการพับนอกจากจะทำให้เหลือพื้นที่เพิ่มขึ้นแล้ว ยังทำให้ชุดเรายับน้อยลงด้วยนะคะ วิธีการม้วนก็ไม่ยุ่งยากอะไร ทริคเล็กๆ ที่อยากแนะนำคือเราสามารถม้วนชุดที่เราจะใส่คู่กันไว้ได้เลยนะคะ เวลาหยิบมาใส่จะได้ง่าย และสะดวกมากขึ้นไปอีก</li>
<li><strong>ใช้ถุงจัดระเบียบ</strong> เพื่อเป็นการจัดเสื้อผ้าให้เป็นระเบียบเรียบร้อย ไม่กระจัดกระจายไร้ทิศทาง กระเป๋าจัดระเบียบก็เป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ในการจัดกระเป๋าเดินทางนะคะ เด๊๋ยวนี้มีประเป๋าจัดระเบียบออกมาให้เราเลือกหลากหลายรูปแบบ และระดับราคา หาซื้อง่ายมากๆ ด้วย</li>
<li><strong>ใช้ถุงซิบล็อค หรือถุงสูญญากาศ</strong> นอกจากกระเป๋าจัดระเบียบแล้ว ถุงซิบล็อค หรือถุงสูญญากาศก็เป็นอุปกรณ์ในการจัดกระเป๋า ที่ได้รับความนิยมไม้แพ้กันนะคะ ถุงซิบล็อคจะใช้ได้ดีมากเมื่อเรามีทริปหน้าที่ต้องต้องมีเสื้อกันหนาวตัวใหญ่ หรือเสื้อผ้าเนื้อหนา หลังจากที่เราม้วนชุดเสร็จแล้วใส่ลงไปในถุง และม้วนไล่อากาศออกจนหมด พิ้นที่ก็จะเล็กลงทำให้เราเก็บเสื้อผ้าได้เพิ่มขึ้นค่ะ</li>
</ol>
<p><iframe title="วิธีจัดกระเป๋าเดินทาง เที่ยวต่างประเทศ เที่ยวญี่ปุ่นหน้าร้อน" width="800" height="450" src="https://www.youtube.com/embed/HCucNzy7_PU?feature=oembed" frameborder="0" allow="accelerometer; autoplay; encrypted-media; gyroscope; picture-in-picture" allowfullscreen></iframe></p>
<h2>แบ่งใส่ขวดเล็ก</h2>
<p>ครีม เครื่องสำอาง ยาสระผม สำหรับคนที่จะพกติดตัวไปด้วย แนะนำว่าให้ใช้เป็นขวดขนาดพกพา หรือแบ่งใส่ในขวดเล็กๆ สำหรับการเดินทางระยะสั้นจะสะดวกมากกว่านะคะ ทริคที่หลายคนใช้บ่อยคือ การแบ่งผลิตภัณฑ์ประเภทครีมใส่ลงในตลับคอนแท็คเลนส์สะอาด เพราะนอกจากจะไม่ต้องเอาขวดใหญ่ไปแล้วยังมีฝาปิดแน่นหนา ไม่หกเลอะเทอะกระเป๋าแน่นอน </p>
<h2>อุปกรณ์เสริมเอาไปเท่าที่จำเป็น</h2>
<p>อุปกรณ์เสริมต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นไดร์เป่าผม ที่ชาร์ทแบตสำรอง อุปกรณ์จิปาถะทั้งหลาย ก่อนที่เราจะนำมาใส่กระเป๋าให้คิดดีๆ สักนิดก่อนนะคะ ว่าจำเป็นมากน้อยแค่ไหน เพราะเราไม่ควรพกไปเผื่อเกินความจำเป็น จะทำให้เปลืองพื้นที่กระเป๋า เพราะของบางอย่างเราสามารถไปหาที่ปลายทางได้ แต่อุปกรณ์ที่ไม่อยากให้ทุกคนลืมคือ Universal Adapter และ ปลั๊กพวง เป็นอุปกรณ์เริมที่มีประโยชน์ และได้ใช้ทุกที่ค่ะ</p>
<h2>เผื่อพื้นที่ในกระเป๋าสำหรับของฝาก</h2>
<p>และสำหรับสายช็อป หรือสายของฝาก แนะนำว่าควรเผื่อพื้นที่กระเป๋าไว้ประมาณ 20% นะคะ จะได้มีที่สำหรับใส่ของกลับบ้าน โดยไม่ต้องซื้อกระเป๋าใหม่ให้เสียเงิน และควรวางแผนในเรื่องของฝาก หรือของที่ต้องการซื้อไปด้วย เช่น ถ้าเราจะไปซื้อเสื้อผ้าที่นู้นเพิ่มเราก็ไม่ควรนำชุดไปด้วยเยอะ หรือถ้าต้องการหิ้วของฝากจำนวนมาก การพกกระเป๋าเสริมแบบพับได้ไปด้วย ก็เป็นเรื่องที่ดีกว่าค่ะ</p>
<p>เทคนิคที่นำมาฝากนี้เป็นเทคนิคที่ Vacation On ใช้จริงในทุกๆ ทริปการเดินทาง สำหรับคนที่กำลังวางแผนการเดินทาง และกำลังงงกับการจัดกระเป๋าอยู่ ลองนำเทคนิคการจัดกระเป๋าเดินทางเหล่านี้ไปใช้ดูนะคะ เชื่อว่าต้องถูกใจ และช่วยทุกคนในการจัดกระเป๋าได้มากเลย</p>
]]></content:encoded>
										</item>
		<item>
		<title>ปลักไฟไต้หวัน ใช้แบบไหน กระแสไฟเป็นยังไง เตรียมตัวให้พร้อม แล้วไปเที่ยวกัน</title>
		<link>https://www.vacationongo.com/487/</link>
				<pubDate>Tue, 10 Dec 2019 14:03:09 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[Khingyea]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[ไต้หวัน]]></category>

		<guid isPermaLink="false">https://www.vacationongo.com/?p=487</guid>
				<description><![CDATA[ประเทศท่องเที่ยวที่กำลังมาแรงในปีนี้คือ ประเทศไต้หวัน เป็นประเทศที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวชาวไทยมากเลยนะคะ แต่ข้อมูลสำคัญๆ ในการเตรียมตัวเที่ยวยังมีไม่มากนัก อย่างเช่น เรื่องปลั๊กไฟ และกระแสไฟฟ้าที่ไต้วัน หลายๆ คนก็ยังมีข้อสงสัยถึงลักษณะ รูปแบบ และการใช้งาน วันนี้ Vacation On จะมาไขข้อข้องใจให้กับทุกคนค่ะ  ปลั๊กไฟไต้หวันเป็นแบบไหน ประเทศไต้หวันมีหลายๆ อย่างที่คล้ายกับประเทศไทยบ้านเรา ปลั๊กไฟไต้หวันก็เช่นกันมีทั้งแบบที่เป็น 2 ขาแบน และแบบ 2 ขาแบน และ 1 ขาหลม (เป็นสายดินเพื่อความปลอดภัย) ไม่มีแบบหัวกลมทั้งหมดนะคะ สำหรับคนที่เตรียมตัวเดินทางไปเที่ยวไต้หวัน ควรสังเกตุปลั๊กของอุปกรณ์ไฟฟ้าที่เราจะนำติดตัวไปด้วยให้ดี ว่าเป็นปลั๊กไฟแบบไหนใช้ได้ที่ไต้หวันหรือไม่ ถ้าใครไม่มีปลั๊กขาแบบอย่างที่ใช้ที่ไต้หวัน ก็แนะนำว่าควนหาอุปกรณ์เสริมคือ Universal Adapter ติดตัวไว้ด้วยนะคะ เพื่อความสะดวกในการใช้งานของเรา  กระแสไฟฟ้าที่ใช้ในไต้หวัน กระแสไฟฟ้าในไต้หวันเป็นกระแสไฟฟ้าระบบ 110 V. 60 Hz ไม่เหมือนกับประเทศไทยที่ใช้กระแสไฟฟ้าสลับ 220 V. 50 Hz เพราะฉะนั้นอุปกรณ์ไฟฟ้าที่เราจะเตรียมไปด้วย ควรจะรองรับกระแสไฟฟ้านี้ได้ โดยสังเกตุได้จากฉลากผลิตภัณฑ์ ที่จะบอกรายละเอียดของเครื่องใช้ไฟฟ้าไว้ให้เรา ว่าใช้กำลังไฟฟ้าที่เท่าไหร่ [&#8230;]]]></description>
								<content:encoded><![CDATA[<p>ประเทศท่องเที่ยวที่กำลังมาแรงในปีนี้คือ ประเทศไต้หวัน เป็นประเทศที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวชาวไทยมากเลยนะคะ แต่ข้อมูลสำคัญๆ ในการเตรียมตัวเที่ยวยังมีไม่มากนัก อย่างเช่น <span style="color: #fe642e;">เรื่องปลั๊กไฟ และกระแสไฟฟ้าที่ไต้วัน</span> หลายๆ คนก็ยังมีข้อสงสัยถึงลักษณะ รูปแบบ และการใช้งาน วันนี้ Vacation On จะมาไขข้อข้องใจให้กับทุกคนค่ะ </p>
<h2>ปลั๊กไฟไต้หวันเป็นแบบไหน</h2>
<p>ประเทศไต้หวันมีหลายๆ อย่างที่คล้ายกับประเทศไทยบ้านเรา <span style="color: #fe642e;">ปลั๊กไฟไต้หวันก็เช่นกันมีทั้งแบบที่เป็น 2 ขาแบน และแบบ 2 ขาแบน และ 1 ขาหลม (เป็นสายดินเพื่อความปลอดภัย)</span> ไม่มีแบบหัวกลมทั้งหมดนะคะ สำหรับคนที่เตรียมตัวเดินทางไปเที่ยวไต้หวัน ควรสังเกตุปลั๊กของอุปกรณ์ไฟฟ้าที่เราจะนำติดตัวไปด้วยให้ดี ว่าเป็นปลั๊กไฟแบบไหนใช้ได้ที่ไต้หวันหรือไม่ ถ้าใครไม่มีปลั๊กขาแบบอย่างที่ใช้ที่ไต้หวัน ก็แนะนำว่าควนหาอุปกรณ์เสริมคือ <span style="color: #339933;">Universal Adapter</span> ติดตัวไว้ด้วยนะคะ เพื่อความสะดวกในการใช้งานของเรา </p>
<figure style="width: 640px" class="wp-caption aligncenter"><img src="https://aumento.officemate.co.th/media/catalog/product/O/F/OFM8003004.jpg?imwidth=640" alt="ปลั๊กไฟแบบ 2 ขาแบน" width="640" height="640" /><figcaption class="wp-caption-text">ปลั๊กไฟแบบ 2 ขาแบน</figcaption></figure>
<h2>กระแสไฟฟ้าที่ใช้ในไต้หวัน</h2>
<p><span style="color: #339933;">กระแสไฟฟ้าในไต้หวันเป็นกระแสไฟฟ้าระบบ 110 V. 60 Hz</span> ไม่เหมือนกับประเทศไทยที่ใช้กระแสไฟฟ้าสลับ 220 V. 50 Hz เพราะฉะนั้นอุปกรณ์ไฟฟ้าที่เราจะเตรียมไปด้วย ควรจะรองรับกระแสไฟฟ้านี้ได้ โดยสังเกตุได้จากฉลากผลิตภัณฑ์ ที่จะบอกรายละเอียดของเครื่องใช้ไฟฟ้าไว้ให้เรา ว่าใช้กำลังไฟฟ้าที่เท่าไหร่ เราจะได้ไม่ต้องเตรียมอุปกรณ์ที่ไม่จำเป็น หรืออุปกรณ์ที่ใช้ไม่ได้ไปให้หนักกระเป๋า</p>
<figure id="attachment_488" aria-describedby="caption-attachment-488" style="width: 1024px" class="wp-caption aligncenter"><img class="wp-image-488 size-full" src="https://www.vacationongo.com/images/2019/12/vacationon20191012561310410116.jpg" alt="สิ่งที่ต้องเตรียมตัวก่อนเที่ยวไต้หวัน" width="1024" height="576" srcset="https://www.vacationongo.com/images/2019/12/vacationon20191012561310410116.jpg 1024w, https://www.vacationongo.com/images/2019/12/vacationon20191012561310410116-450x253.jpg 450w, https://www.vacationongo.com/images/2019/12/vacationon20191012561310410116-768x432.jpg 768w, https://www.vacationongo.com/images/2019/12/vacationon20191012561310410116-600x338.jpg 600w, https://www.vacationongo.com/images/2019/12/vacationon20191012561310410116-730x411.jpg 730w, https://www.vacationongo.com/images/2019/12/vacationon20191012561310410116-400x225.jpg 400w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /><figcaption id="caption-attachment-488" class="wp-caption-text">สิ่งที่ต้องเตรียมตัวก่อนเที่ยวไต้หวัน</figcaption></figure>
<h2>สิ่งที่ต้องเตรียมตัวเมื่อไปเที่ยวไต้หวัน</h2>
<p>การเตรียมตัวตัวในการไปเที่ยวไต้หวัน เป็นเรื่องที่เราควรเตรียมตัวไปให้พร้อม ถึงแม้ว่าประเทศไต้หวันจะมีหลายๆ อย่างที่ใกล้เคียงกับประเทศไทยของเรา เช่น สภาพอากาศ รสชาติอาหาร และค่าเงิน แต่ก็มีส่วนที่ต่างกันมากๆ คือ ภาษา เพราะประเทศไต้หวันเป็นประเทศที่ใช้ภาษาจีนในการสื่อสารเป็นหลัก และถ้าไม่ใช่แหล่งท่องเที่ยวสำคัญๆ หรือแหล่งท่องเที่ยวยอดฮิต แม่ค้าพ่อค้าส่วนใหญ่มักสือสารภาษาอังกฤษได้น้อย เพื่อเป็นการลดความผิดพลาดในการเดินทางมากที่สุด เราควรเตรียมตัวก่อนไปเที่ยวให้ดี สิ่งที่ต้องเตรียมตัวก่อนไปเที่ยวไต้หวันมีดังนี้</p>
<ol>
<li>วีซ่า ประเทศไต้หวันเป็นอีกประเทศที่เปิดฟรีวีซ่า (Visa)ให้กับนักท่องเที่ยวชาวไทยค่ะ โดยที่นักท่องเที่ยวไทยสามารถอยู่ในไต้หวันได้เป็นระยะเวลา 14 วัน <span style="color: #bf00ff;">สำหรับปี 2562 นี้เริ่มที่ (1 สิงหาคม 2562 ไปจนถึงวันที่ 31 กรกฎาคม 2563)</span> แต่ยังเป็นการเปิดแบบปีต่อปีเท่านั้น เพราะฉะนั้นก่อนวางแผนเดินทางไปเที่ยวไต้หวัน ห้ามพลาดที่จะตรวจสอบระยะเวลาที่เปิดฟรีวีซ่าเรื่อยๆนะคะ</li>
<li>เวลา เวลาท้องถิ่นของประเทศไต้หวันจะเร็วกว่าประเทศไทย 1 ชั่วโมง เพราะฉะนั้นเมื่อไปถึงที่หมายแล้วห้ามลืมปรับนาฬิกาด้วยนะคะ จะได้ไม่พลาดการนัดหมาย หรือเวลาในการเข้าสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ เพราะประเทศไต้หวันเป็นอีกประเทศที่ขึ้นชื่อเรื่องตรงเวลามากๆ</li>
<li>ภาษา ประเทศไต้หวันใช้ภาษาจีนในการสื่อสารเป็นหลักนะคะ แต่ถ้าเป็นตามสถานที่ท่องเที่ยวหรือสถานีรถไฟฟ้าต่างๆ จะมีภาษาอังกฤษกำกับไว้ให้เราด้วย แต่ไม่ต้องกังวลมากนะคะเพราะคนรุ่นใหม่ส่วนใหญ่ และพ่อค้าแม่ค้าในบริเวณสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญๆ สามารถศื่อสารภาษาอังกฤษได้ดีค่ะ</li>
<li>การเดินทาง การเดินทางหลักๆ ในไต้หวันใช้รถไฟฟ้าเป็นหลักนะคะ เดินทางได้สะดวกสบายมาก มีสายรถไไฟ้าค่อนข้างครอบคลุม นอกจากนี้แล้วยังมีรถบัสโดยสารสาธารณะ ที่สะอาด เป็นระเบียบ ใช้งานง่ายไว้คอยบริการด้วย และอย่างที่บอกไปข้างต้นว่าประเทศไต้หวันมีความตรงเวลามาก เพราะฉะนั้นเวลาของรถสาธารณะที่นี่ตรงเวลามากๆเลยค่ะ</li>
<li>เงิน เรื่องเงินไม่ว่าจะไปเที่ยวประเทศไหนก็ต้องวางแผนดีๆนะคะ ประเทศไต้หวันเป็นประเทศที่มีค่าเงินใกล้เคียงกับค่าเงินบาทมาก โดย<a href="https://www.superrich1965.com/currency.php" target="_blank" rel="nofollow noopener noreferrer">อัตราแลกเปลี่ยนสามารถเช็คได้ทุกวัน</a>ค่ะ ปกติแล้วจะอยู่ที่ 1 บาทไทยแลกได้0.90 – 1 ดอลลาร์ไต้หวัน </li>
<li>สภาพอากาศ ประเทศไต้หวันเป็นเกาะเล็กๆ ทำให้มีภาพอากาศที่ค่อนข้างแปรปรวน เพราะฉะนั้นก่อนไปเที่ยวจึงควรเช็คสภาพอากาศเสมอนะคะ ฤดูที่น่าเที่ยวมากที่สุดของไต้หวันคือช่วงฤดูใบไม้พลิช่วงเดือน มีนาคม – เดือนพฤษภาคม เป็นช่วงที่มีอากาศดี ไม่หนาวเย็นจนเกินไป และมีฝนตกน้อยที่สุด ช่วงช่วงเดือนมิถุนายน – เดือนกันยายน เป็นช่วงเดือนที่มีมรสุมเยอะฝนตกบ่อยค่ะ</li>
<li>สุขภาพ ต้องเตรียมให้พร้อมตลอดเวลานะคะ สำหรับสุขภาพเป็นเรื่องที่สำคัญมากๆ ถ้าไปป่วยที่ต่างประเทศค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง และยังสื่อสารลำบากอีกด้วย ถ้าใครมียาที่ต้องใช้ประจำหรือมีโรคประจำตัว ควรพกยาประจำตัวหรือบัตรผู้ป่วยติดตัวไว้ตลอดนะคะ</li>
<li>ประกันการเดินทาง หลายๆคนอาจเห็นข้อนี้เป็นเรื่องสิ้นเปลือง แต่ Vacation On ต้องขอแนะนำว่าเราควรมีไว้เพื่อป้องกันความเสี่ยงของเรา ถ้าเกิดการเจ็บป่วยหรืออุบัติเหตุขึ้นมาเราจะได้มีค่าใช้จ่ายตรงนี้มาช่วยเราไว้ให้อุ่นใจนะคะ และที่สำคัญประกันการเดินทางเดี๋ยวนี้ราไม่แพง มีหลายที่ให้เลือกอีกด้วย</li>
<li>อาหารการกิน ประเทศไต้หวัน<span style="color: #e61d25;">ห้ามนำสินค้าประเภทเนื้อสัตว์เข้าโดยเด็ดขาด</span>นะคะ  เพราะฉะนั้นไม่ต้องกลัวว่าจะกินอาหารที่ไต้หวันไม่ได้จนเตรียมของกินบ้านเราไปด้วยเต็มไปหมด เพราะไต้หวันเป็นประเทศขึ้นชื่อเรื่องอาหารอร่อย ถูกปากคนไทย มีตลาดของกินยามค่ำคืนเป็นจำนวนมาก และเป็นแหล่งต้นกำเนิดชาไข่มุกเจ้าดัง ไปเที่ยวทั้งทีไม่ควรพลาดลองชิมอาหารบ้านเขานะคะ</li>
<li>ของฝาก อย่างสุดท้ายที่ต้องเตรียม เพราะไปเที่ยวทั้งทีไม่มีของติดมือมาฝากคนอื่นคงดูไม่ดีเท่าไหร่ แต่ลิสต์ของฝากไต้หวันแนะนำว่าดูไปคร่าวๆ ก็พอค่ะ เพราะมีของฝากให้เลือกเยอะมากจริงๆ การมีลิสต์ไว้คร่าวๆจะทำให้งบเราไม่บานปลาย ไว้ไปถึงค่อยเลือกอีกที</li>
</ol>
<p>การท่องเที่ยวประเทศไต้หวันในปัจจุบันเป็นเรื่องง่ายขึ้นมากนะคะ เป็นประเทศที่มีทั้งวิวธรรมชาติสวยงาม ของกินอร่อยถูกปาก และยังมีค่าเงินใกล้เคียงกับประเทศไทยอีกด้วย เพราะฉะนั้นการเตรียมตัวให้พร้อม ทั้งเรื่องของข้อมูลต่างๆ ทั้งปลักไฟและกระแสไฟฟ้าไต้หวัน รวมถึงเรื่องต่างๆ ที่ได้บอกไปในข้างต้นจะทำให้เราสามารถเที่ยวได้อย่างสบายไม่มีสะดุด หรือหงุดหงิดใจ ใครที่กำลังวางแผนอยู่ก็อย่าลืมนำเอาไปปรับใช้ให้เข้ากับแพลนของตัวเองนะคะ </p>
]]></content:encoded>
										</item>
		<item>
		<title>ขนาดกระเป๋าเดินทาง มีกี่ขนาด เลือกยังไงให้ มีของใช้ครบ</title>
		<link>https://www.vacationongo.com/481/</link>
				<pubDate>Tue, 10 Dec 2019 09:04:37 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[Khingyea]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[ทิปท่องเที่ยว]]></category>

		<guid isPermaLink="false">https://www.vacationongo.com/?p=481</guid>
				<description><![CDATA[กระเป๋าเดินทางเป็นสิ่งจำเป็นมากสำหรับนักเดินทาง หรือนักท่องเที่ยว และขนาดกระเป๋าเดินทาง ก็เป็นเรื่องที่ควรให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก เพราะนอกจากเราต้องใส่สิ่งของของเราไว้ทั้งหมดแล้ว ถ้าเลือกกระเป๋าเดินทางไม่ดีอาจทำให้ทริปท่องเที่ยวนั้นเกิดข้อผิดพลาดได้เลย แล้วขนาดกระเป๋าเดินทางที่เหมาะสมควรเลือกยังไง วันนี้ Vacation On จะมาไขข้อข้อใจให้ทุกคนค่ะ ขนาดของกระเป๋าเดินทาง ขนาดกระเป๋าเดินทางในปัจจุบันมีให้เราเลือกเยอะขึ้น และมีรูปแบบหลายรูปแบบทั้งแบบล้อลาก แบบกระเป๋าสะพายหลัง หรือจะเป็นแบบกระเป๋หิ้ว แต่ทุกแบบก็จะมีขนาดให้เราเลือกใช้ให้เหมาะกับความต้องการของเรา และกระเป๋าประเภทที่หลายคนสับสนเรื่องของขนาดมากที่สุดคือ กระเป๋าเดินทางแบบลาก วันนี้เราจะพาไปรู้จักขนาดของกระเป๋าเดินทางแบบลากกันค่ะ ว่ามีกี่ขนาด กระเป๋าเดินทางขนาด 16 &#8211; 18 นิ้ว กระเป๋าเดินทางขนากเล็กที่สุด มีขนาดกระทัดรัด เหมาะสำหรับใส่ของใช้ที่จำเป็นเล็กน้อย หรือเป็นการค้างคืนเพียงคืนเดียว แต่เป็นกระเป๋าเดินทางที่สามารถถือติดตัวขึ้นเครื่องได้สบาย กระเป๋าเดินทางขนาด 18 &#8211; 22 นิ้ว กระเป๋าเดินทางที่มีขนาดกลาง ใส่ของใช้ที่จำเป็นได้อย่างเพียงพอกับทริปเดินทางสั้นๆ เช่น การค้างคืนต่างจังหวัด 2 &#8211; 3 คืน สามารถใส่ของฝากได้เล็กน้อย และสามารถถือติดตัวขึ้นเครื่องได้  กระเป๋าเดินทางขนาด 24 &#8211; 26 นิ้ว กระเป๋าเดินทางที่มีขนาดใหญ่ขึ้นมากอีกนิดหน่อย เหมาะกับทริปการเดินทางระยะกลาง เช่นการเดินทางไปต่างจังหวัดหลายๆ วัน [&#8230;]]]></description>
								<content:encoded><![CDATA[<p>กระเป๋าเดินทางเป็นสิ่งจำเป็นมากสำหรับนักเดินทาง หรือนักท่องเที่ยว และ<span style="color: #0000ff;"><strong>ขนาด</strong><strong>กระเป๋าเดินทาง </strong><span style="color: #000000;">ก็</span></span>เป็นเรื่องที่ควรให้ความ<span style="color: #000000;">สำคัญเป็นอย่างมาก เพราะนอกจากเราต้องใส่สิ่งของของเราไว้ทั้งหมดแล้ว ถ้าเลือกกระเป๋าเดินทางไม่ดีอาจทำให้ทริปท่องเที่ยวนั้นเกิดข้อผิดพลาดได้เลย แล้วขนาดกระเป๋าเดินทางที่เหมาะสมควรเลือกยังไง วันนี้ Vacation On จะมาไขข้อข้อใจให้ทุกคนค่ะ</span></p>
<h2>ขนาดของกระเป๋าเดินทาง</h2>
<p>ขนาดกระเป๋าเดินทางในปัจจุบันมีให้เราเลือกเยอะขึ้น และมีรูปแบบหลายรูปแบบทั้งแบบล้อลาก แบบกระเป๋าสะพายหลัง หรือจะเป็นแบบกระเป๋หิ้ว แต่ทุกแบบก็จะมีขนาดให้เราเลือกใช้ให้เหมาะกับความต้องการของเรา และกระเป๋าประเภทที่หลายคนสับสนเรื่องของขนาดมากที่สุดคือ กระเป๋าเดินทางแบบลาก วันนี้เราจะพาไปรู้จัก<span style="color: #0000ff;"><strong>ขนาดของกระเป๋าเดินทางแบบลาก</strong></span>กันค่ะ ว่ามีกี่ขนาด</p>
<ul>
<li><span style="color: #fe642e;">กระเป๋าเดินทางขนาด 16 &#8211; 18 นิ้ว</span><br />
กระเป๋าเดินทางขนากเล็กที่สุด มีขนาดกระทัดรัด เหมาะสำหรับใส่ของใช้ที่จำเป็นเล็กน้อย หรือเป็นการค้างคืนเพียงคืนเดียว แต่เป็นกระเป๋าเดินทางที่สามารถถือติดตัวขึ้นเครื่องได้สบาย</li>
<li><span style="color: #fe642e;">กระเป๋าเดินทางขนาด 18 &#8211; 22 นิ้ว</span><br />
กระเป๋าเดินทางที่มีขนาดกลาง ใส่ของใช้ที่จำเป็นได้อย่างเพียงพอกับทริปเดินทางสั้นๆ เช่น การค้างคืนต่างจังหวัด 2 &#8211; 3 คืน สามารถใส่ของฝากได้เล็กน้อย และสามารถถือติดตัวขึ้นเครื่องได้ </li>
<li><span style="color: #fe642e;">กระเป๋าเดินทางขนาด 24 &#8211; 26 นิ้ว</span><br />
กระเป๋าเดินทางที่มีขนาดใหญ่ขึ้นมากอีกนิดหน่อย เหมาะกับทริปการเดินทางระยะกลาง เช่นการเดินทางไปต่างจังหวัดหลายๆ วัน หรือการเดินทางไปต่างประเทศในประเทศใกล้ๆ ไม่สามารถถือติดตัวขึ้นเครื่องได้ จะต้องทำการโหลดใต้ท้องเครื่องบินเท่านั้น</li>
<li><span style="color: #fe642e;">กระเป๋าเดินทางขนาด 28 &#8211; 32 นิ้ว</span><br />
กระเป๋าเดินทางขนาดใหญ่ที่สามารถใส่ของใช้ได้อย่างจุใจ เหมาะกับการเดินทางไปเที่ยวต่างประเทศทริปยาวๆ เกิน 7 วันขึ้นไป ไม่สามารถถือติดตัวขึ้นเครื่องได้ ต้องทำการโหลดใต้ท้องเครื่องบินเท่านั้น</li>
</ul>
<figure style="width: 555px" class="wp-caption aligncenter"><img src="https://vacationongo.com/images/2019/12/1575968677.jpg" alt="ขนาดกระเป๋าเดินทาง" width="555" height="555" /><figcaption class="wp-caption-text">ขนาดกระเป๋าเดินทาง</figcaption></figure>
<h2>ประเภท หรือวัสดุ ของกระเป๋าเดินทาง</h2>
<p>อย่างที่ทุกคนทราบกันดีนะคะว่า กระเป๋าเดินทางในปัจจุบันมีให้เราเลือกมากมาย หลากหลายรูปแบบ และวัสดุที่ใช้ทำ ส่วนราคานั้นก็ลดหลั่นกันไปตามวัสดุ หรือฟังก์ชั่นพิเศษที่แต่ละยี้ห้อทำออกมาให้เราได้เลือก โดยส่วนใหญ่กระเป๋าเดินทางที่ได้รับความนิยม จะทำออกมา 2 รูปแบบหลักๆ คือ <span style="color: #fe642e;">Soft Case (แบบผ้า)</span> และ <span style="color: #fe642e;">Hard Case</span> (แบบแข็งที่ทำจากพลาสติก ABS หรือ PC) และหลายๆ คนอาจมีข้อสงสัยว่าแบบไหนดีกว่ากัน หรือถ้าจะเลือกกระเป๋าเดินทางควรเลือกแบบไหน Vacation On จะทำการเปรียบเทียบข้อดี และข้อเสีย ของแต่ละแบบให้ดูกันเพื่อช่วยในการตัดสินใจของทุกคนกันค่ะ</p>
<ul>
<li>Soft Case (แบบผ้า) เป็นกระเป๋าที่ผลิตด้วยวัสดุที่ใช้ผ้าเป็นหลัก ตัวกระเป๋าจะมีความยืดหยุ่นสูง ไม่ค่อยเกิดรอยขีดข่วน มีน้ำหนักเบา อายุใช้งานนาน เพราะไม่แตกง่าย แต่เนื่องจากเป็นผ้า หากฝนหรือหิมะตกก็อาจทำให้ของภายในเปียกได้ ทำความสะอาดยาก และกระเป๋าแบบผ้านั้นยังเสี่ยงต่อการถูกโจรกรรมได้ง่าย เพราะสามารถกรีดได้</li>
<li>Hard Case (แบบแข็งที่ทำจากพลาสติก ABS หรือ PC) แบบ Hard Case ตัวกระเป๋าจะผลิตจากโพลีพลาสติก สามารถปกป้องของภายในได้ดีกว่าแบบ Soft Case รูปทรงสวยงาม ดีไซน์สวยทันสมัย มีความแข็งแรง ทนต่อแรงกระแทก น้ำหนักเบา กันน้ำได้ดี แต่เกิดรอยขีดข่วน หรือรอยเปื้อนได้ง่าย ในขณะเดียวกันก็สามารถทำความสะอาดได้ง่าย </li>
</ul>
<p>และกระเป๋าทั้งสองแบบก็มีล้อลากให้เลือก ทั้งแบบ 2 ล้อ และ 4 ล้อ แต่เพื่อความสะดวก และความง่ายในการใช้ง่าย Vacation On ก็แนะนำให้ทุกคนเลือกซื้อแบบ 4 ล้อจะดีกว่าเพราะสามารถหมุนได้อิสระแบบ 360 องศา มีความลื่นไหลเวลาลากมากกว่า และยังช่วยประหยัดแรงเวลาที่เราต้องลากเดินทาง เพราะสามารถลากในแนวตรงได้</p>
<figure id="attachment_483" aria-describedby="caption-attachment-483" style="width: 1024px" class="wp-caption aligncenter"><img class="wp-image-483 size-full" src="https://www.vacationongo.com/images/2019/12/vacationon20191012570834330439.jpg" alt="วิธีเลือกกระเป๋าเดินทาง" width="1024" height="576" srcset="https://www.vacationongo.com/images/2019/12/vacationon20191012570834330439.jpg 1024w, https://www.vacationongo.com/images/2019/12/vacationon20191012570834330439-450x253.jpg 450w, https://www.vacationongo.com/images/2019/12/vacationon20191012570834330439-768x432.jpg 768w, https://www.vacationongo.com/images/2019/12/vacationon20191012570834330439-600x338.jpg 600w, https://www.vacationongo.com/images/2019/12/vacationon20191012570834330439-730x411.jpg 730w, https://www.vacationongo.com/images/2019/12/vacationon20191012570834330439-400x225.jpg 400w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /><figcaption id="caption-attachment-483" class="wp-caption-text">วิธีเลือกกระเป๋าเดินทาง</figcaption></figure>
<h2>วิธีเลือกซื้อกระเป๋าเดินทาง</h2>
<p>ในการเลือกซื้อกระเป๋าเดินทาง เราก็ควรมีหลักการในการเลือกซื้อที่ต้องให้ความสำคัญนะคะ เพื่อให้เราได้กระเป๋าเดินทางที่ใช้ประโยชน์ได้คุ้มค่า กับราคาที่เราจ่ายไป วิธีเลือกซื้อกระเป๋าเดินทางมีหลักการในการเลือกดังนี้</p>
<h3>เลือกตามจำนวนวันเดินทาง</h3>
<p>ก่อนที่เราจะลงทุนซื้อกระเป๋าเดินทางใบใหม่หรือการซื้อกระเป๋าเดินทางใบแรก เราควรพิจารณาความเหมาะสมของจำนวนระยะเวลาในการเดินทางของเราเป็นหลัก ว่าส่วนใหญ่ทริปการเดินทางของเราเป็นทริประยะสั้น หรือทริประยะยาว ปกติแล้วการเดินทางของเราใช้เวลากี่วัน เพราะถ้าเราซื้อกระเป๋าเดินทางที่มีขนาดเล็กเกินไปก็อาจทำให้เราใส่ของได้ไม่พอ หรือถ้าซื้อใหญ่เกินไปก็อาจทำให้เราได้พื้นที่เกินความจำเป็น เสียเงินโดยไม่ได้ประโยชน์ ยกตัวอย่างกระเป๋าเดินทางที่แนะนำสำหรับ</p>
<p><strong>ทริปการเดินทางระยะสั้น 1 &#8211; 2 วัน</strong> แนะนำเป็นกระเป๋าเดินทางขนาด 16 &#8211; 18 นิ้ว จะสะดวกและคล่องตัว สามารถถือขึ้นเครื่องได้สบาย </p>
<p><strong>ทริปการเดินทางระยะสั้น 3 &#8211; 5 วัน </strong>แนะนำเป็นกระเป๋าเดินทางขนาด 20 &#8211; 22 นิ้ว สามารถใส่เสื้อผ้า ของใช้ได้เพิ่มมากขึ้น มีพื้นที่เหลือพอสำหรับของฝาก</p>
<p><strong>ทริปการเดินทางระยะสั้น 6 &#8211; 8 วัน </strong>แนะนำเป็นกระเป๋าเดินทางขนาด 24 &#8211; 26 นิ้ว มีพื้นที่เยอะพอสำหรับเสื้อผ้าและของใช้ที่เพิ่มขึ้น แต่ไม่สามารถถือขึ้นเครื่องได้</p>
<p><strong>ทริปการเดินทางระยะสั้น 9 วันขึ้นไป </strong>แนะนำกระเป๋าเดินทางขนาด 28 &#8211; 32 นิ้วขึ้นไป จะเหมาะสมสำหรับการใส่สัมภาระสำหรับทริปยาวๆ ไม่ต้องมีกระเป๋าเล็กให้พะรุงพะรัง </p>
<h3>เลือกตามสถานที่ที่จะเดินทาง</h3>
<p>การรู้ว่าสถานที่ที่เราจะเดินทางไปเป็นแบบไหน ก้มีความสำคัญต่อการเลือกกระเป๋าเดินทางเช่นกัน เพราะการใช้กระเป๋าเดินทางที่เหมาะสมกับสถานที่จะทำให้เราเดินทางได้ง่ายขึ้น</p>
<p><strong>กระเป๋าเดินทางแบบสะพายหลัง</strong> เหมาะสำหรับทริปการเดินทางที่มีการเคลื่อนย้ายบ่อยๆ อาจเป็นการท่องเที่ยวแบบ Bagpacker ที่มีของไม่มาก เปลี่ยนที่นอนบ่อย หรือการนอนในโรงแรมที่มีการใช้พื้นที่ร่วมกันกับคนอื่น หรือเป็นทริปที่เราเดินป่า เที่ยวบนเขาบนดอย มีความคล่องตัวกว่ากระเป๋าแบบลาก</p>
<p><strong>กระเป๋าเดินทางแบบล้อลาก</strong> เหมาะสำหรับทริปเดินทางที่มีการเดินทางที่สะดวกสบาย มีพื้นที่เรียบ เช่น การเดินทางในเมือง การเดินช็อปปิ้ง มีโรงแรมที่พักส่วนตัว มีพื้นที่สำหรับการจัดเก็บสิ่งของได้อย่างเป็นระเบียบ ปลอดภัย ใส่ของได้มากกว่าโดยที่ไม่ต้องแบกน้ำหนักเหมือนกระเป๋าแบบสะพายหลัง</p>
<h2>วิธีตรวจเช็คกระเป๋าเดินทางก่อนซื้อ</h2>
<p>หลังที่เราผ่านกระบวนการในการเลือกกระเป๋าเดินทางตามขั้นตอนต่างๆ เรียบร้อยแล้ว ก่อนที่เราจะทำการจ่ายเงินให้เราตรวจสอบตามจุดต่างๆ ดังต่อไปนี้เพื่อให้ได้กระเป๋าที่ดีที่สุดค่ะ</p>
<ol>
<li>ล้อ ควรเลือกกระเป๋าล้อลากแบบ 4 ล้อ ช่วยผ่อนแรง ลากได้ง่าย</li>
<li>ความแข็งแรงทนทาน ควรเลือกกระเป๋าเดินทางแบบแข็งที่ใช้วัสดุ ABS ซึ่งทนทานต่อแรกกระแทก </li>
<li>ซิบ ควรเลือกซิบแบบ 2 ชั้น เพื่อป้องกันซิบแตกและการโจรกรรม</li>
<li>คันชัก ควรเลือกคันชักที่มีความแข็งแรงทนทาน ขยับแล้วไม่เคลื่อนหลุดง่าย</li>
<li>หูหิ้ว ควรเลือกแบบที่ยึดติดกับกระเป๋า</li>
<li>ช่องเก็บของ ควรเลือกกระเป๋าที่มีสายรัดบริเวณช่องเก็บของ เพื่อป้องกันของกระจัดกระจาย</li>
<li>รูปแบบกระเป๋า ควรเลือกแบบที่เราชอบ มีความโดดเด่น จำได้ง่ายสำหรับเรา</li>
<li>ประกัน เป็นเรื่องที่สำคัญมาก ควรเลือกกระเป๋าที่มีการรับประกัน เวลาส่งซ่อมจะได้ไม่ต้องเสียเงินเยอะ</li>
</ol>
<p>ขนาดกระเป๋าเดินทาง และวิธีในการเลือกกระเป๋าเดินทางที่ Vacation On นำมาฝากวันนี้ น่าจะทำให้ทุกคนที่กำลังมองหาหระเป๋าเดินทางใบใหม่ หรือกระเป๋าเดินทางใบแรก มีข้อมูลที่ช่วยในการตัดสินใจได้มากขึ้นนะคะ การลงทุนกับกระเป๋าเดินทางดีๆ สักใบ หรือการเลือกกระเป๋าที่เหมาะสมกับการเดินทางของเรา จะทำให้การเดินทางของเราสะดวกสบาย และสนุกมากยิ่งขึ้น โดยไม่ต้องกังวลว่ากระเป๋าจะพัง หรือจะใส่ของไม่พอ </p>
]]></content:encoded>
										</item>
	</channel>
</rss>
